สิทธิในความงามของ ‘ปัญญาประดิษฐ์’ หรือเอไอ (AI) กำลังเป็นที่ถกเถียง

เมื่อเอไอที่เป็นผลผลิตจากความฉลาดและจินตนาการของมนุษย์ ถูกนำมาใช้สร้างงานศิลปะเซอร์เรียลประหลาดตา

“Inceptionism Arts” คือคำที่ใช้เรียกภาพที่เอไอเป็นผู้สร้างสรรค์ โดยประมวลผลผ่าน Neural Network System ที่ทำงานคล้ายสมองมนุษย์ จากการวิเคราะห์วัตถุในภาพ แล้วนำมาผลิตซ้ำ ด้วยการคำนวณแบบเนิร์ดๆ

จนได้ภาพที่มีสีสันและรูปร่างแปลกตา…

DeepDream

ศิลปะดังกล่าวมีที่มาจากความบังเอิญ หลังจากทีมวิศวกรคอมพิวเตอร์ของกูเกิ้ลพัฒนาโปรแกรมวิเคราะห์ภาพ แต่จู่ๆ ก็ได้ภาพแปลกตาที่ดูคล้ายผลงานศิลปะ

ปัจจุบันกูเกิ้ลพัฒนาโปรแกรมดังกล่าวเป็นซอฟต์แวร์ออนไลน์ชื่อ DeepDream เพื่อให้คนทั่วไปทดลองสร้างงานศิลปะผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์

แต่ด้วยวิธีการสร้างงานที่ง่ายดาย โดยไม่ต้องใช้ทักษะส่วนตัว ทำให้งานศิลปะที่ใครๆ ก็สร้างได้ เกิดข้อถกเถียงเรื่องเครดิตผลงาน

สมมติว่างานที่สร้างมีต้นตอมาจากภาพถ่ายของคนอื่น แต่ศิลปินนำภาพนั้นอัพโหลดให้โปรแกรมเป็นคนสร้าง จนได้ภาพที่ดูคล้ายงานศิลปะ

คำถามคือ ‘ผลงาน’ นั้นเป็นของใคร?

แล้วถ้ามีคนนำผลงานดังกล่าวไปอัพโหลดให้โปรแกรมสร้างงานชิ้นใหม่ คนที่เป็นเจ้าของผลงานก่อนหน้า จะถือว่าเป็นเจ้าของ (ร่วม) ผลงานชิ้นล่าสุดหรือไม่?

ประเด็นข้างต้นฟังดูซับซ้อน แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าคิด เพราะเมื่อพฤศจิกายน พ.ศ.2561 เคยเกิดกรณีพิพาทเกี่ยวกับกรณีเรื่องเครดิต เมื่อศิลปินคนหนึ่งออกมาร้องเรียน ว่าภาพศิลปะจากเอไอที่ประมูลได้ 500,000 เหรียญฯ เป็นภาพที่มาจากภาพของเขา

ภาพศิลปะเอไอ โดยทีม Obviuos ที่ถูกประมูล
ภาพของ Robbie Barrat เจ้าของผลงานต้นแบบ

เมื่องานศิลปะไม่ได้ถูกสร้างโดยผู้สร้างคนเดียวอีกต่อไป และงานในรูปของดิจิทัลที่ง่ายต่อการ copy & paste ทำให้พรมแดนของการเป็น ‘เจ้าของ’ ผลงานเปลี่ยนไป

ผลงานศิลปะจากเอไอบนเว็บไซต์ Ganbreeder

Ganbreeder หนึ่งในเว็บไซต์สร้างสรรค์ศิลปะจากเอไอ จึงสร้างความชัดเจนด้านการให้เครดิตภาพ ด้วยการแสดงต้นตอของภาพนั้นๆ หรือ Lineage ว่ามีวิวัฒนาการมาจากภาพใด และใครเป็นเจ้าของ

ขณะที่ศิลปินชาวอเมริกันอย่าง แดเนียล บัสกิ้น (Danielle Baskin) ก็แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเครดิต โดยเลือกใส่ QR Code ที่เชื่อมไปยังหน้าเว็บแสดง Lineage บนผลงาน แทนการใส่ลายเซ็นต์ของศิลปินแบบเดี่ยวๆ

(Photo: sothebys.com)

ด้านบนคือภาพที่ผลิตโดยเอไอจากนิทรรศการ Memories of Passersby I ของศิลปินชาวเยอรมัน Mario Klingemann

เขาสร้างงานชิ้นนี้จากการป้อนภาพวาดสมัยศตวรรษที่ 17-19 หลายพันภาพเข้าไปในโปรแกรม แล้วปล่อยให้อัลกอริทึมสร้างผลงานชิ้นใหม่

ผลลัพธ์ที่ได้คือภาพวาดใบหน้าคนดูแปลกตา ที่พร้อมจะบิดเบี้ยวและปรับเปลี่ยนตัวเองแบบเรียลไทม์ตามการเรียนรู้และสร้างสรรค์ของเอไอ

(Photo: sothebys.com)
(Photo: sothebys.com)

จากกรณีดังกล่าว คำถามที่น่าสนใจมีอยู่ว่า ผลงานที่เกิดขึ้นนับเป็นการสร้างสรรค์โดย ‘ศิลปิน’ (ที่เป็นมนุษย์) หรือไม่ เพราะภาพที่เห็นล้วนเกิดขึ้นจากการประมวลผลของเอไอ

และวันหนึ่งที่เอไอสามารถเรียนรู้และสร้างสรรค์งานศิลปะได้ด้วยตัวเอง วันนั้นนิยาม ‘ความคิดสร้างสรรค์’ ที่มนุษย์เคยครอบครอง จะเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน

นี่คือคำถามเกี่ยวกับอนาคต ที่ยังไม่มีใครรู้คำตอบ.

(Photo: coleccionsolo.com)

อ้างอิง: