life

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หารองเท้าใส่ยาก เพราะสรีระของเท้ามีความพิเศษเกินกว่าจะซื้อรองเท้าตามท้องตลาดทั่วไปสวมใส่ได้พอดี

ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอย่างเท้าเล็กเกินไป เท้ายาวเกินไป เท้ามีเนื้อน้อยหรือเยอะเกินไป มีกระดูกเท้า ตาตุ่มเตี้ย หรือแม้แต่การมีเท้าสองข้างไม่เท่ากัน ที่ทำให้คุณรู้สึกท้อใจทุกครั้งเมื่อต้องเลือกซื้อรองเท้าคู่ใหม่ ที่ต่อให้อยากใส่ส้นสูง ลอฟเฟอร์ หรือคัทชูดีไซน์สวย สุดท้ายก็ต้องไปจบที่รองเท้าผ้าใบอยู่ดี

ผู้เขียนเองก็เป็นคนที่มีปัญหาเท้ายาวเกินไซส์สตรีจึงทำให้หารองเท้าใส่ยากมาก ถึงขั้นที่ว่าทุกครั้งที่ไปซื้อรองเท้าผ้าใบก็จงบ่ายหน้าไปที่มุมรองเท้ารุ่นสำหรับบุรุษได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาลองดีไซน์ของผู้หญิงให้เมื่อย เพราะไม่มีวันเจอกับไซส์ที่พอดี

จนกระทั่งวันหนึ่งช่วงต้นปี 2563 ผู้เขียนเห็นเพื่อนร่วมงานสาวสวยสวมรองเท้าหนังดีไซน์เท่ เสริมบุคลิกของเธอให้โดดเด่นจนไม่อาจละสายตา จึงเอ่ยปากถามไถ่ว่า ใส่รองเท้ายี่ห้ออะไร ซื้อที่ไหน

“Para Donne” คือคำตอบที่ได้ เธอยังกำชับอีกว่าเป็นรองเท้าหนังที่พื้นนุ่มมาก ใส่สบาย ใส่วิ่งยังได้ และราคาไม่แรง

นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้เขียนได้รู้จักรองเท้าหนังแท้แบรนด์ไทย ที่นอกจากจะขายดีในโลกออนไลน์แล้ว ปัจจุบันมีหน้าร้านที่ลูกค้าแน่นทุกสุดสัปดาห์อยู่ที่สวนจตุจักร 2 สาขา และอีกสาขาที่เควิลเลจ สุขุมวิท 26 (พร้อมกับย่อชื่อให้เรียกง่ายขึ้นว่า Para)

Para Donne

ถ้านับถึงปีนี้ก็เป็นเวลา 12 ปีแล้ว ที่ ‘แบรนด์พารา’ เป็นขวัญใจคนหารองเท้าใส่ยาก ที่ยังคงออกรองเท้ารุ่นใหม่ๆ มาให้ลูกค้าได้เลือกช้อปทุกสัปดาห์อย่างต่ำ 2 รุ่น 4 สี และเป็นรองเท้าเพียงไม่กี่แบรนด์ที่มักจะมีลูกค้าหอบหิ้วรองเท้ากลับบ้านทีเดียวครั้งละ 10-20 คู่!

“เคยมีลูกค้าคนนึงซื้อรองเท้าวันเดียว 32 คู่ และในเดือนนั้นกลับมาซื้ออีก 20 คู่” ตุ๊ก – ศีรณา รัตนเจริญชัย ผู้ก่อตั้งแบรนด์รองเท้าพารา (Para) เล่าให้ฟังด้วยรอยยิ้ม 

Para Donne
ตุ๊ก – ศีรณา รัตนเจริญชัย
เจ้าของแบรนด์รองเท้าพารา (Para)

“คำถามที่แม้แต่เราเองยังสงสัยก็คือ ทำไมถึงซื้อเยอะขนาดนั้น คำตอบที่ได้คือ เท้าของเขาเล็กมากๆ ใส่ไซส์ 34 ซึ่งหารองเท้าใส่ยากมาก ที่ผ่านมาต้องซื้อแต่รองเท้าเด็กใส่มาโดยตลอด และตัวเขาเองเป็นถึงผู้บริหาร การจะเลือกรองเท้าให้แมทช์กับสไตล์การแต่งตัวก็ยิ่งยากขึ้นไปอีก เขาเลยซื้อแต่รองเท้าแบรนด์เนมที่มีราคาสูง ซึ่งเทียบแล้วรองเท้าแบรนด์พารา 10 คู่ ราคาเท่ากับรองเท้าแบรนด์เนม 1 คู่ พอเขาได้มาเจอรองเท้าแบรนด์พาราซึ่งพอดีกับเท้าของเขา เลยซื้อทีเดียว 50 กว่าคู่ไปเลย”

หรือแม้แต่เคสหายากอย่างลูกค้าที่มีเท้าสองข้างไม่เท่ากัน แบรนด์พาราก็มีบริการรองเท้าสั่งตัดที่ไม่ว่าลูกค้าจะต้องการรองเท้าดีไซน์ไหน สีอะไร มีสเปคเฉพาะเจาะจงแค่ไหน แบรนด์พาราก็พร้อมให้บริการอย่างเต็มที่

“เคยมีลูกค้าท่านนึงติดต่อสอบถามเข้ามาว่า ทางร้านรับสั่งตัดรองเท้าได้ใช่ไหม เขามีปัญหาเรื่องเท้าไม่เท่ากัน ข้างนึงไซส์ 35 อีกข้างนึงไซส์ 40 ตุ๊กก็เลยให้เขามาเจอที่ร้านสาขาสวนจตุจักร เพื่อวัดขนาดเท้าอย่างละเอียด โดยตุ๊กเป็นคนให้บริการลูกค้าท่านนี้ด้วยตัวเอง สุดท้ายเขาได้รองเท้าไป 3 คู่ 

“ที่ผ่านมาเขาใส่แต่รองเท้าผ้าใบ และเวลาซื้อรองเท้าแต่ละครั้งต้องซื้อ 2 คู่ แต่มาที่ร้านพารา เขาเสียเงินแค่คู่เดียว และเราก็เลือกรองเท้าในสไตล์ที่เขาใส่แล้วเกิดความมั่นใจ ลูกค้าท่านนี้จึงเกิดความประทับใจมากที่ไม่ต้องใส่แต่รองเท้าผ้าใบอีกแล้ว” เจ้าของแบรนด์เล่าด้วยน้ำเสียงและแววตาที่ล้นไปด้วยความประทับใจเช่นกัน 

Para Donne

ความสุขของคนที่ได้สวมรองเท้าคู่ที่พอดี เป็นพลังใจชั้นเลิศที่คุณตุ๊กได้สัมผัสเป็นประจำทุกสัปดาห์มานานกว่า 12 ปี เพราะเธอเป็นเจ้าของร้านที่ไม่เคยทิ้งร้านไปไหน และสนุกกับการได้ก้มลงสวมรองเท้าให้ลูกค้าด้วยตัวเองเสมอ

มากไปกว่านั้น เธอยังเพิ่มความตื่นเต้นให้ตัวเองด้วยการขยันทำคอนเทนท์เกี่ยวกับรองเท้าแบรนด์พาราลงในโซเชียลมีเดียเป็นประจำทุกวัน โดยเผยหมดทุกรายละเอียดขั้นตอนการทำรองเท้าหนังแท้ชนิดที่ไม่มีแบรนด์ไหนกล้าบอกเคล็ดลับได้ขนาดนี้ ตั้งแต่การวางแบบทาบลงบนผืนหนัง เทคนิคการตัดเย็บ ไปจนถึงวิธีดูแลรองเท้าหนังให้ใช้ได้ทน ใช้ได้นาน เช่นเดียวกับคุณภาพของรองเท้าแบรนด์พาราแต่ละคู่ที่ทนทาน ใส่ได้นานมากกว่า 5 ปีโดยที่หนังไม่แตก หรือถ้ามีอะไหล่ชิ้นไหนของรองเท้าชำรุด ก็สามารถมารับบริการได้ที่หน้าร้านในราคาย่อมเยา

เมื่อถามถึงเหตุผลกับตัวเจ้าของแบรนด์ว่าทำไมถึงเลือกผลิตรองเท้าหนังแท้ที่กระบวนการทำไม่ง่าย แต่ใส่สบาย ใช้งานได้ยาวนาน แถมยังมีบริการซ่อมแซมแบบไม่มีวันหมดอายุแบบนี้

คุณตุ๊กยิ้มสดใสอีกครั้ง พร้อมตอบคำถามแบบหมดเปลือกถึงความตั้งใจตลอด 12 ปี ในการผลิตรองเท้าแบรนด์ไทยให้คนใส่ได้ภาคภูมิใจในรองเท้าหนังแท้ที่เป็นฝีมือแรงงานไทย 100%

Para Donne

1.

เลือกเฟ้นเฉพาะหนังแท้คุณภาพดี ไม่ซ้ำใคร

“ก่อนหน้านี้ตุ๊กเคยทำโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้ามาก่อน มีทั้งหน้าร้านและส่งออกทำให้มีโอกาสรู้จักกลุ่มลูกค้าต่างประเทศที่มีความต้องการรองเท้า และตุ๊กเองก็รู้จักโรงงานผลิตในประเทศไทย ช่วงแรกเลยทดลองทำแบบซื้อมาขายไปสักปีนึงจนมั่นใจว่าตลาดรองเท้าไปได้สวย เลยผันตัวมาทำรองเท้าเต็มรูปแบบ โดยเปิดเป็นโรงงานเลย ช่วงแรกทำรองเท้าหนังเทียม (PU) ขายราคาไม่สูง คู่ละ 900 บาท แต่ด้วยเสียงตอบรับของลูกค้าและจากการใช้งานเองพบว่า พอใช้งานไปสักระยะแล้วหนังแตก ไม่มีความคงทน เลยเปลี่ยนมาใช้หนังแท้ในการผลิตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งรองเท้าหนังแท้คู่นึงสามารถใส่ได้นานเกิน 4-5 ปี 

Para Donne

“ปัจจุบัน แบรนด์พาราใช้หนังนอกนำเข้าจากอิตาลีมาประมาณ 6 ปีแล้ว ความแตกต่างของเราเลยไม่เหมือนกับที่อื่น สีแบบนี้หาจากแบรนด์อื่นไม่ได้แน่นอนต้องมาที่แบรนด์พาราเท่านั้น เพราะตุ๊กเลือกการฟอกสีเองทั้งหมด เช่น ล่าสุดลูกค้าที่อยู่ต่างประเทศบอกเรามาว่าเทรนด์สีเมทัลลิกกำลังมา ตุ๊กก็กล้าเสี่ยงกล้าลงทุน สั่งเต็มที่ 12 สี ลูกค้าจะได้รู้สึก ว้าว หาที่ไหนไม่ได้ อย่างสีเหลืองของเราก็ไม่ใช่แค่สีเหลือง แต่เป็นเหลืองทอง เขียวก็จะเป็นเขียวปีกแมงทับ และเวลาเราสั่งหนังเข้ามา เรารู้อยู่แล้วว่าจะนำมาใช้กับแพทเทิร์นหรือดีไซน์แบบไหนถึงจะตอบโจทย์รองเท้าแต่ละรุ่นได้พอดี

“ตุ๊กเริ่มธุรกิจจากคนที่ไม่มีความรู้เรื่องรองเท้า ก็เลยเรียนรู้จากการที่ไม่รู้นี่แหละค่ะ หาช่างเข้ามาประจำที่โรงงาน เรียนรู้จากช่าง ประกอบกับเป็นคนชอบแฟชั่น ช่างเยอะ และเลือกรองเท้ายาก ดังนั้น รองเท้าทุกรุ่นของพาราจะต้องใส่สบาย โดยตุ๊กจะเป็นคนเทสต์รองเท้าเองทุกคู่ทุกรุ่น บางรุ่นต้องแก้แพทเทิร์นถึงสี่รอบ และเนื่องจากเป็นคนไม่ถนัดใส่รองเท้าส้นสูงเลย ดังนั้น คัทชูที่เป็นส้นสูงทุกรุ่นของร้านเราถึงใส่สบาย เพราะตุ๊กออกแบบให้เป็นส้นไม้ฐานกว้าง เพื่อให้ฐานแน่น เวลาเดินจึงสามารถทรงตัวได้ดี ไม่ปวดน่องและไม่ปวดข้างหลังเท้า”

2.

ออกคอลเล็กชั่นใหม่ สีใหม่ทุกสัปดาห์

“เอกลักษณ์ของแบรนด์พารา คือ ในทุกสัปดาห์ลูกค้าจะได้เห็นรองเท้าออกใหม่แน่นอน โดยเป็นรุ่นใหม่ 1 รุ่น 2 สี และรุ่นยอดนิยมอีก 2 สี 

“ตัวสินค้าของแบรนด์พาราทำในลักษณะชิ้นต่อชิ้น ไม่ใช่การผลิตเป็นจำนวนมาก ดีไซน์นึงทำแค่สิบกว่าคู่ พอหมดสัปดาห์นี้ ถ้าเป็นรุ่นขายดีเราจะทำสีใหม่ออกมา แล้วก็จะมีรุ่นใหม่ออกมาให้ลูกค้าเห็นทุกสัปดาห์ เช่น สัปดาห์นี้ออกรองเท้าคัทชู สัปดาห์ถัดไปออกอ๊อกซ์ฟอร์ด สัปดาห์ถัดไปออกแซนดัล ใครชอบรองเท้าแบบไหนก็จะรอคอยที่จะได้เห็นคอลเล็กชั่นใหม่ในแต่ละสัปดาห์ ทำให้เกิดลูกค้าเวียนมาตลอด 12 ปี

Para Donne

“การออกแบบรองเท้าใหม่ทุกสัปดาห์ ถามว่าเหนื่อยไหม เหนื่อย แต่ทำไมต้องทำ เพราะเรารู้ว่าคำถามที่ลูกค้าจะถามมีอยู่ 2 คำถามแค่นั้นเอง ก็คือ “สินค้ารุ่นใหม่ออกมาเมื่อไรคะ” และ “สินค้ารุ่นยอดนิยมมีสีใหม่ไหมคะ” ถ้าเกิดคุณทำธุรกิจแล้วตอบโจทย์คำถามตรงนี้ได้ ธุรกิจคุณไปต่อได้แน่นอน ที่เหลือก็ไปบริหารจัดการกระบวนการผลิตเอาเอง ทั้งนี้ เป็นกรณีที่ผลิตภัณฑ์ของคุณเป็นตลาดที่มีลูกค้าน้อย และคุณเป็นผู้ผลิตเอง คุณก็แค่ผลิตจำนวนน้อยหน่อย แต่หลากหลายสไตล์ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่ามีแบบใหม่ๆ ให้เลือก ทำให้รู้สึกว่ามีความแตกต่าง ไม่ใช่ลูกค้ากลับมากี่ทีก็เจอแต่รองเท้าแบบเดิมๆ 

“จริงๆ แล้วคนที่ช่วยตุ๊กเรื่องดีไซน์ของรองเท้าก็คือ ลูกค้า เพราะตุ๊กเป็นคนที่ฟังเสียงของลูกค้าเสมอ พาราเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าเข้าถึงตัวเจ้าของได้ง่ายมาก เพราะตุ๊กเข้าไปที่สาขาจตุจักรทุกวันเสาร์อาทิตย์ และอยู่ตลอดทั้งวัน ลูกค้าหลายๆ คนมักจะเดินเข้ามาบอกว่าอยากได้รองเท้าสไตล์นี้ เทรนด์สีแบบนี้กำลังมา พอเราฟังเสียงลูกค้า แล้วเอาสิ่งที่ลูกค้าชอบมาปรับเปลี่ยนในการออกแบบรองเท้าคอลเล็กชั่นใหม่จึงตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าไปในตัว โดยที่เราไม่ต้องใช้ประสบการณ์หรือความชอบของเราเป็นที่ตั้งอย่างเดียว”

3.

กลยุทธ์ 7 วันขายยังไงไม่ให้ซ้ำ 

“ใครที่ติดตามอินสตาแกรม @para_donne จะเห็นว่าเราจะมีโพสต์ใหม่ตอน 7 โมงเช้าทุกวัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีคนเข้ามาดูเยอะที่สุด เช่น วันจันทร์ตุ๊กจะลงอะไรที่มีประโยชน์ อย่างวิธีทำความสะอาดรองเท้าหนัง เทคนิคการขยายรองเท้า วันอังคารลงเรื่องงานสั่งตัดให้ลูกค้าได้รู้ว่า 60 วันของการรอคอยมาถึงแล้ว สัปดาห์นี้มีอะไรให้ลูกค้าได้ดูบ้าง ทุกวันพุธเปิดรีวิวรองเท้ารุ่นใหม่สัปดาห์นี้ว่าแบรนด์จะทำอะไร การออกแบบเป็นแบบไหน ฯลฯ 

Para Donne

“เหตุผลที่ตุ๊กถ่ายวิดีโอทำคอนเทนท์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวิธีการผลิตรองเท้า ไปจนถึงเทคนิคของช่าง ซึ่งปกติเขาจะไม่เปิดเผยข้อมูลให้รู้ เพราะเป็นเทคนิคเฉพาะของแต่ละคน แต่โลกปัจจุบันนี้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว โลกออฟไลน์กับออนไลน์ไม่เหมือนกัน การขายของแบบออฟไลน์เราสามารถให้ข้อมูลกับลูกค้าได้ทุกอย่าง เพราะลูกค้าได้เห็น ได้สัมผัส การได้จับ ได้ทดลองใส่จึงตอบโจทย์ได้ทันที ในขณะที่ลูกค้าในโลกออนไลน์ไม่ได้รู้เหมือนที่ลูกค้าหน้าร้านรู้ เราเองมีเป้าหมายอย่างชัดเจนว่าต้องการขยายตลาดออนไลน์เต็มตัว ทำยังไงให้คนที่ซื้อสินค้าแบรนด์พาราอยู่แล้ว เกิดความเชื่อมันและมั่นใจในแบรนด์ว่ารองเท้าที่เขาใส่เป็นสินค้ามีคุณภาพในราคาที่เขาจ่ายออกไป และทำยังไงให้แบรนด์พาราเข้าไปอยู่ในใจลูกค้าใหม่ที่ไม่เคยรู้จักเรามาก่อน วันนึงถ้าฉันอยากได้รองเท้าสักคู่ ต้องนึกถึงแบรนด์พาราเป็นอันดับแรก 

“นอกจากถ่ายคลิปกันเองแล้ว ตุ๊กยังเป็นคนตัดต่อเองทุกคลิป เพราะคนที่รู้ดีที่สุดเกี่ยวกับธุรกิจนี้คือเรา เรารู้ว่าเราจะสื่ออะไรให้ลูกค้าดู รองเท้าแต่ละรุ่นจะต้องนำเสนอยังไง อะไรที่ลูกค้าฟังแล้วคลิกและใช่ ตุ๊กก็จะตัดต่อตรงนั้นมานำเสนอให้คลิปออกมาสั้น กะทัดรัด ห้ามเวิ่นเว้อ เพราะถ้าทำวิดีโอออกมาไม่โดน แค่ดีดนิ้วทีเดียว ลูกค้าก็เลื่อนหนีไปแล้ว”

4.

ใช้โซเชียลมีเดียให้เป็น

“ปัจจุบันแบรนด์พาราเองก้าวเข้ามาสู่การตลาดออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งที่ก่อนจะเกิดวิกฤตการณ์โควิด เราใช้โซเชียลมีเดียในการโพสต์รูปภาพกับรายละเอียดสินค้าแค่นั้น ไม่ได้สนใจจะตอบลูกค้า ไม่มีแอดมิน โพสต์ให้ดูอย่างเดียว เราไม่สนโลกออนไลน์เลย เพราะหน้าร้านขายดีจนผลิตไม่ทัน ไหนจะส่งออกด้วยและผลิตรองเท้าส่งแบรนด์ยักษ์ใหญ่ด้วย แต่สุดท้ายวันนึงเราก็เลือกที่จะปิดหน้าร้านบางสาขา เพราะไม่ต้องการมีพนักงานเพิ่ม อยากใช้คนให้น้อยที่สุด

“โลกออนไลน์ทำให้เราต้องปรับเปลี่ยน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ยากสำหรับคนยุค 90 แต่กลายเป็นว่าพอแบรนด์หันมาทำออนไลน์เต็มรูปแบบ ทุกวันนี้เราขายออนไลน์ดีมากจนไม่ต้องการเปิดหน้าร้านเพิ่มอีกแล้ว มีแค่ 2 สาขาที่จตุจักร และอีก 1 สาขาที่เควิลเลจ ก็พอ 

Para Donne

“ช่วงแรกตุ๊กปฏิเสธ TikTok เพราะมองว่าไม่ใช่กลุ่มลูกค้าของเราเลย แต่ด้วยความที่ไหนๆ เราก็โพสต์วิดีโอทางอินสตาแกรมอยู่แล้ว ก็เลยลองสมัคร TikTok แล้วโพสต์ไปด้วย เชื่อไหมว่า 2-3 อาทิตย์แรกไม่มีคนกดไลค์ ไม่มีคนติดตาม แต่ตุ๊กโพสต์ทุกวันจนมีคนกดไลค์เป็นหมื่น แล้วกลายเป็นว่ามีลูกค้าใหม่ๆ ตามมาจาก TikTok เยอะมาก และเป็นลูกค้าที่ซื้อทีนึง 12 คู่ ตื่นเต้นมาก จากช่องทางที่เราคิดไปเองว่ามันไม่ได้ มันไม่ใช่ กลายเป็นว่าโลกออนไลน์เหมือนเป็นการเหวี่ยงแหที่สุดท้ายแล้วจะกวาดคนที่เป็นกลุ่มของเราจริงๆ เข้ามา 

“คิดว่าเหตุผลที่ลูกค้ากล้าซื้อรองเท้าพาราคราวละหลายๆ คู่ ทั้งที่ไม่ได้ลองสวมใส่ เพราะข้อมูลที่ตุ๊กให้ค่อนข้างละเอียดมาก ลองทักแอดมินของเราเข้ามาดูสิ ทุกอย่างจัดเต็มเหมือนเดินไปที่ร้าน เพราะตุ๊กสอนพนักงานเสมอว่าเราต้องให้ความรู้แบบจัดเต็ม ไม่ใช่บอกราคาก่อน แต่ต้องถามก่อนเลยว่าสรีระเท้าของลูกค้าเป็นแบบไหน เท้ายาวเท่าไร คุณมีวิธีวัดเท้าไหม รบกวนถ่ายรูปเท้าให้เราดูได้รึเปล่า หลังจากเราให้รายละเอียดข้อมูลแก่ลูกค้าจนครบแล้วถึงค่อยบอกราคา ลูกค้าจึงเกิดความเชื่อมั่น นอกจากนี้ เรายังมีบริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม เราไม่ทิ้งลูกค้า ต่อให้คุณจะอยู่ไกลแค่ไหนก็ตาม”

5.

บริการหลังการขายชั้นเลิศ

“ลูกค้าที่กลับมาหาเราส่วนใหญ่จะชื่นชอบบริการหลังการขายของเรามาก โดยไม่ว่ารองเท้าที่ใส่ไปจะนานแค่ไหนก็แล้วแต่ เวลามีปัญหารองเท้าสึกหรอหรืออะไหล่หลุด พัง คุณสามารถกลับมาที่ร้านพาราได้เลย เราสามารถซ่อมและให้บริการคุณได้อย่างเต็มที่เต็มรูปแบบ เช่น บริการเปลี่ยนพื้นด้านใน เปลี่ยนส้น โดยคิดราคาโรงงาน ซึ่งจัดว่าไม่สูงเมื่อเทียบกับข้างนอก ลูกค้าก็จะรู้สึกว่าสินค้าเราคงทนเลยมีลูกค้ากลับมาหาเราและซื้อสินค้าเราซ้ำๆ 

Para Donne

6.

ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้วยบริการรองเท้าสั่งตัด

“เมื่อก่อนแบรนด์พาราไม่ได้รับทำรองเท้าสั่งตัด แต่วันนึงลูกค้าของเราที่ชอบสวมรองเท้าลอฟเฟอร์เป็นประจำกำลังจะแต่งงาน เขาอยากได้รองเท้าสีขาวแบบที่เป็นคู่กัน ด้วยความที่พาราทำงานชิ้นต่อชิ้นอยู่แล้ว เราจึงสามารถทำรองเท้าคู่ให้ลูกค้าได้นำไปสวมใส่ในวันสำคัญ นั่นเป็นจุดเริ่มต้น หลังจากนั้นเราก็เริ่มรับงานสั่งตัดมาเรื่อยๆ 

“ลูกค้าแต่ละคนจะมีดีไซน์ไม่เหมือนกัน เช่น เลือกสีใหม่ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ตัวเอง หรือบางคนมีความเฉพาะเจาะจงด้านสรีระของเท้า เช่น มีกระดูกเท้า เนื้อเท้าเยอะ เท้ายาว เท้าเนื้อน้อย เขาเลยต้องการรองเท้าที่เข้ากับสรีระเท้าของเขา บางคนชอบรองเท้าหัวแหลมมาก แต่ด้วยความที่มีกระดูกเท้าจึงใส่ไม่ได้ จึงต้องการสั่งตัดเพื่อให้ทำยังไงก็ได้ให้เขาใส่รองเท้าหัวแหลมคู่โปรดได้ เราก็แก้ปัญหาด้วยการให้ช่างพอกด้านกว้างให้กว้างขึ้น เพื่อให้เขาสามารถใส่รองเท้ารุ่นนี้ได้ 

Para Donne
เครื่องมือสำหรับขยายรองเท้า

“หรือคนเท้ายาว เท้าเนื้อน้อย เมื่อใส่รองเท้าแล้วเกิดช่องว่างของเท้า เราก็มีแผ่นเจลหรือแผ่นหนังแท้เป็นตัวช่วยเสริมให้ลูกค้าสามารถใส่รองเท้ารุ่นนั้นๆ ได้ ที่สำคัญ คือ งานสั่งตัดราคาไม่ได้สูงขึ้นด้วย เป็นราคาปกติเหมือนที่ซื้อหน้าร้าน ลูกค้าเลยรอได้ เพื่อให้ได้รองเท้าที่ถูกใจสวมใส่สบาย

“ปกติรองเท้าที่วางขายหน้าร้านจะผลิตจากช่างทั้งแผนก วันนึงสามารถผลิตสินค้าได้ประมาณ 20 คู่ แต่เมื่อไรก็ตามที่เป็นงานสั่งตัด รองเท้า 1 คู่จะใช้เวลานาน 2 วัน เพราะใช้ช่างคนเดียวในการผลิตรองเท้าคู่นั้นๆ จึงใช้ความประณีตเป็นพิเศษ และในกรณีที่ลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงดีไซน์ ทำให้ต้องออเดอร์ของจากโรงงานเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นส้นหรือวัสดุใดๆ ก็ตามจะต้องใช้เวลาในการสั่งของ โดยงานสั่งตัดเมื่อก่อนจะอยู่ที่ 30 วัน แล้วขยับมาเป็น 60 วัน ส่วน ณ ตอนนี้ ใช้เวลา 10 สัปดาห์ หรือ 2 เดือนครึ่ง ด้วยความที่ออเดอร์เยอะมาก แต่ลูกค้าก็รอ”

Para Donne

7.

เจ้าของแบรนด์ต้องไม่ทิ้งร้านแม้แต่วันเดียว

“เมื่อใดก็ตามที่คุณทำธุรกิจมาสักระยะแล้วประสบความสำเร็จ ต่อให้คุณมีพนักงานหรือลูกค้าที่เยอะมากมายอยู่แล้ว ถ้าคุณเฟดตัวเองออกจากที่ๆ คุณเคยอยู่ ทิ้งร้านเอาไว้ให้พนักงานดูแล คุณจะไม่รู้เลยว่าแฟชั่นหรือโลกมันเปลี่ยนไปตอนไหน เกิดอะไรขึ้นในร้านคุณบ้าง เด็กที่ร้านกำลังเผชิญปัญหาอะไร ลูกค้าชอบอะไร ลูกค้าอยากได้อะไร ฯลฯ ดังนั้น เจ้าของแบรนด์ต้องเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในร้านเท่านั้นถึงจะรู้เท่าทันทุกปัญหา

Para Donne

“ตุ๊กเห็นมาหลายธุรกิจแล้วที่พอประสบความสำเร็จ ณ ระดับนึงแล้วเจ้าของทิ้งร้านให้พนักงานดูแล สุดท้ายแล้วหายากมากๆ ที่ร้านจะอยู่รอด ถ้าตัวเจ้าของไม่ได้อยู่เอง เราต้องพาตัวเองไปอยู่ในที่ที่เราสร้างขึ้นมา เพราะทุกสิ่งทุกอย่างคือชีวิตของเรา ตุ๊กจะบอกเด็กในร้านเสมอว่าตลอดระยะเวลา 12 ปี พี่ไม่เคยปล่อยแบรนด์พาราที่อยู่ในมือพี่เลยแม้สักนิดเดียว

“กว่าแบรนด์พาราจะประสบความสำเร็จมาถึงทุกวันนี้ ตุ๊กต้องสูญเสียหลายอย่าง หนึ่ง คือ เวลาที่จะได้อยู่กับลูกทั้งสองคน ต้องให้คุณแม่กับพี่เลี้ยงเป็นคนดูแล เพราะงานรองเท้าแฮนด์เมดต้องใช้เวลา เป็นงานที่ต้องอยู่กับมันทั้งวันจริงๆ ทั้งการออกแบบ ดูแลหน้าร้าน ดูแลลูกค้า ดูแลพนักงาน และตุ๊กก็สูญเสียอิสระในการใช้ชีวิตส่วนตัวไปเลย วันนึงพอประสบความสำเร็จเงยหน้าขึ้นมาอีกทีนึง เพื่อนฉันหายไปไหนหมดแล้ว ไม่เหลือเลย”

Para Donne

8.

ให้บริการเกินร้อย

“ก่อนจะรับพนักงานแต่ละคน คำถามที่ตุ๊กถามพนักงานเสมอคือ คุณคิดว่าระหว่างทักษะกับทัศนคติ สิ่งไหนที่มีความสำคัญกับแบรนด์พารามากที่สุด 

“ตุ๊กจะบอกเด็กเสมอว่า ทักษะฝึกได้ เด็กที่ร้านส่วนใหญ่ก็มาแบบไม่มีทักษะเลย พูดภาษาอังกฤษก็ไม่คล่อง ความรู้เรื่องเครื่องหนังไม่มีเลย ดังนั้น ทัศนคติคือสิ่งที่สำคัญ สิ่งนึงที่ตุ๊กจะต้องปลูกฝังพนักงานก็คือ คุณต้องมีความรู้เกี่ยวกับรองเท้าทุกรุ่นในร้านเป็นอย่างดี คุณจะต้องสวมรองเท้าที่ออกใหม่ทุกสัปดาห์เพื่อให้รู้ว่าเท้าของคุณใส่รองเท้าเบอร์อะไร รองเท้ารุ่นนี้มีแพทเทิร์นโอเวอร์ไซส์ไหม เวลาลูกค้าเข้ามาคุณจะได้แนะนำลูกค้าได้อย่างถูกต้อง

Para Donne
อุปกรณ์ในการช่วยขยายขนาดและเสริมส้นรองเท้าให้พอดี

“ลูกค้าต้องรู้แม้กระทั่งหนังที่ใช้ทำรองเท้าแต่ละส่วนทำจากหนังอะไรบ้าง พนักงานของเราทุกคนต้องแนะนำได้ เช่น คู่นี้เป็นหนังนำเข้าจากอิตาลีซึ่งที่นี่สั่งฟอกสีเอง ตัวหนังด้านในเป็นหนังของจิม ทอมป์สันที่เราไปประมูลมา ความสูงของรองเท้ารุ่นนี้สูงแค่ 1.7 นิ้วเท่านั้น ถ้าลูกค้าเป็นคนที่ไม่ถนัดใส่รองเท้าส้นสูงหรือใส่สูงไม่มาก รุ่นนี้จะตอบโจทย์การใช้งาน และหลังจากใช้งานไปสักระยะแล้ว เรามีบริการหลังการขาย หากพื้นด้านในเลอะหรือไม่นิ่มแล้ว สามารถเอามาเปลี่ยนได้ อะไหล่หลุด เปลี่ยนฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับรองเท้าแต่ละรุ่น ลูกค้าจะได้รู้ทั้งหมด เราต้องบอกให้หมด 

“ที่สำคัญคือ คุณมาสมัครงานที่นี่ คุณสามารถก้มลงใส่รองเท้าให้ลูกค้าได้ไหม แม้กระทั่งตัวตุ๊กเองปัจจุบันก็ยังก้มลงใส่รองเท้าให้ลูกค้าทุกวัน”

Para Donne

9.

อย่ากลัวการถูกลอกเลียนแบบ

“ทุกธุรกิจมีคู่แข่งขันเสมอ ถึงจะเรียกว่าธุรกิจ แต่ด้วยความที่เรามีเป้าหมายที่ชัดเจน นั่นคือ รักษากลุ่มลูกค้าเดิมเอาไว้ และสร้างกลุ่มลูกค้าใหม่ที่เพิ่งรู้จักแบรนด์พาราเกิดความเชื่อมั่น และสั่งซื้อสินค้าของเรา

“เมื่อเป้าหมายของเราชัดเจน เราเลยไม่ได้มองว่าใครจะก๊อปปี้หรือลอกเลียนแบบ เราจะไม่หันหลังกลับไปหมกมุ่นคิดอยู่แต่ตรงนั้น เราพยายามไปให้ถึงเป้าหมายให้ไวที่สุดแค่นั้นเอง เราจึงคิดถึงแต่การนำเสนอกระบวนการผลิตรองเท้าแต่ละรุ่น หรือเทคนิคการทำความสะอาดจะสื่อสารยังไงให้กระชับ เข้าใจง่าย นำไปใช้ได้ต่อ แม้จะไม่ได้เป็นลูกค้าแบรนด์พาราก็ตาม เพราะ ‘การให้’ จะทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจลูกค้า และเกิดความเชื่อมั่นเมื่อคุณได้รู้สตอรี่กระบวนการผลิตสินค้าที่คุณซื้อไปตั้งแต่ต้นจนจบ ทำให้สัมผัสแรกเมื่อลูกค้าสวมรองเท้าพารา เขาจะเกิดความมั่นใจและรู้สึกว่าฉันสวย เพราะเขาเชื่อมั่นในกระบวนการออกแบบของเรา”

Para Donne

10.

เป็นรองเท้าที่แคร์โลกทั้งใบ

“เมื่อก่อนเราเคยใช้พลาสติกเป็นส่วนประกอบในการทำส้นรองเท้า แต่พบว่าไม่มีความคงทนในระยะยาว เช่น จุกที่หลุดไปแล้ว เวลาลูกค้ากลับมาเปลี่ยน กลายเป็นว่าต้องเปลี่ยนทั้งชิ้น ลูกค้าก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม เราเลยปฏิเสธส้นพลาสติก แล้วเลือกใช้ไม้แทน เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย และถ้าเป็นส้นไม้ เราสามารถเปลี่ยนแค่ตัวจุกด้านล่างให้ลูกค้าสามารถนำกลับไปใช้ต่อได้

“ปัจจุบัน รองเท้าพาราไม่มีกล่องรองเท้าให้ เมื่อก่อนเคยทำกล่องใบใหญ่สกรีนสวยงาม แต่สุดท้ายแล้วเวลากล่องแตก ลูกค้าก็ต้องทิ้ง ดังนั้น การนำกลับมาใช้ซ้ำค่อนข้างยาก ทุกวันนี้เราขายรองเท้าโดยนำใส่ถุงผ้าชามัวร์ 1 ใบ เอาไว้เก็บรองเท้าและกันน้ำได้ดี แล้วยังบรรจุในถุงผ้าสกรีนโลโก้พารา ซึ่งลวดลายบนถุงผ้าก็จะเปลี่ยนไปตามซีซั่นส์และสีสันที่เราเลือก ถือเป็นการตลาดอย่างนึงที่เวลาลูกค้าสะพายแล้วมีหลายคนสงสัยอยากรู้ว่าถุงผ้าสกรีนคำว่า Para คืออะไร ที่สำคัญคือ นำกลับมาใช้ซ้ำได้บ่อยๆ”

11.

มีสินค้ายอดนิยมเป็นฐานความต้องการหลัก

รองเท้ารุ่น RT83 เป็นรุ่นแรกที่ผลิตและขายดีมาตลอด 12 ปี ด้วยความที่ดีเทลของหนังเป็นชิ้นงานชิ้นใหญ่ชิ้นเดียว เราเลยใช้กิมมิคสลับแมทช์สองสี เวลาลูกค้าใส่จะรู้สึกได้ถึงความแตกต่างและโดดเด่น

Para Donne
รองเท้ารุ่น RT83

รองเท้าส้นสูงรุ่น RT55 ผลิตมาแล้ว 12 ปีเช่นกัน ตอบโจทย์ความสูงของรองเท้าส้นสูงที่ใส่สบายซึ่งจะต้องไม่เกิน 3 นิ้ว ด้านหน้าเปิดนิ้วเท้า และเปิดด้านข้าง ทำให้สวมใส่แล้วเท้าแลดูเพรียว ไม่อ้วน ปกติรุ่นนี้ส่วนใหญ่จะใช้หนังที่มีดีเทล เพราะชิ้นงานสามารถโชว์รายละเอียดของหนังได้

Para Donne
รองเท้ารุ่น RT55

รองเท้าคัทชูรุ่น Nappa เป็นคู่ที่ลูกค้าเกือบทุกคนของแบรนด์พาราต้องมี ด้วยความที่โทนสีเรียบง่าย ดีเทลในการถักหนังเป็นงานแฮนด์เมดที่ต้องใช้ฝีมือในการเข้าพื้น จึงเป็นรุ่นที่ผลิตยาก งานจะออกมาช้ามากๆ แต่สัปดาห์ไหนที่ลงขาย ไซส์ก็จะไม่เคยเหลือ เป็นรุ่นที่ขายดีตลอดกาล ด้วยความที่หนังนิ่มมาก ส้นสูงเพียงแค่นิ้วเดียว พื้นด้านในซัพพอร์ทถึง 4 ชั้นจึงใส่สบาย ใส่ออกมาแล้วสวยจบ ไม่ว่าจะแต่งตัวโทนไหน จะเรียบง่ายแค่สวมกางเกงยีนส์ เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต กางเกงสแล็ค หรือจะใส่กับเดรสก็แมทช์ได้หมด”

Para Donne
รองเท้ารุ่น Nappa (คู่สีขาวตรงกลาง)

12.

ครบเครื่องด้วยคุณสมบัติรองเท้าที่ดี

“รองเท้าที่ดีสำหรับตุ๊ก อย่างแรกคือ ต้องสวมใส่สบาย ใช้งานได้จริง รองเท้าบางคู่สวย แต่สวมแล้วเจ็บ เดินไม่ได้ สอง ต้องมีความแข็งแรงและทนทาน เพราะรองเท้าบางคู่อาจถูกเก็บไว้ใช้งานบางโอกาส วันที่ลูกค้าหยิบรองเท้าคู่นั้นออกมาใช้งาน หนังจะต้องไม่แตก ลอก หรือหัก 

“สาม ต้องเข้ากับสรีระของเท้าและบุคลิกผู้สวมใส่ เพื่อให้ผู้ใส่เกิดความมั่นใจในทุกครั้งที่ก้าวเท้าออกจากบ้าน และสุดท้าย จะต้องสร้างความโดดเด่นให้ผู้ใส่ ไม่ว่าคนๆ นั้นจะแต่งตัวในลักษณะไหนก็ตาม ไม่ต้องสวยหรูแบบมงลง แต่งตัวเรียบๆ ง่ายๆ แล้วจบลงที่รองเท้า

“ทั้ง 4 คุณสมบัตินี้ล้วนมีอยู่ในรองเท้าพาราทุกคู่ทุกรุ่นอยู่แล้ว เรามั่นใจ”

Para

  • สาขาจตุจักร ตั้งอยู่ที่โครงการ 3 ซอย 42/2 และ 44/2
  • สาขาเควิลเลจ (สุขุมวิท 26) ห้อง B114/1 ตรงข้ามร้าน Wine Connection
  • โทร 081-771-9909
  • Instagram: para_donne
  • Facebook: ParaDonne

Quick Facts

  • Para เป็นภาษาสเปน แปลว่า สำหรับ
  • ในยุคก่อตั้ง แบรนด์พาราแยกโซนรองเท้าบุรุษกับสตรี โดยใช้ชื่อว่า Para Hombre และ Para Donne ปัจจุบันปรับเปลี่ยนมาใช้ชื่อแบรนด์ Para เพียงชื่อเดียว และยังขายทั้งรองเท้าบุรุษ-สตรีเช่นเดิม
  • ราคารองเท้า Sandal เริ่มต้นที่ 2,250 บาท สูงสุดคือรองเท้า Oxford ราคาอยู่ที่ประมาณ 2,850 - 3,350 บาท