“จิตใจดี เสียงดนตรีมันถึงจะออกมาดี มันเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่ใช่อภินิหารอะไร”

อาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ยืนเป่าขลุ่ยอยู่บนเวทีงาน Thai Festival 2019 ณ กรุงโตเกียว เสียงขลุ่ยของอาจารย์ที่พริ้วไหวแว่วดัง คล้ายมีมนต์สะกดผู้คนให้ดำดิ่งไปกับเสียงดนตรี

คนนับร้อยที่นั่งฟัง ต่างโยกไหวขยับมือไม้ไปตามทำนอง พร้อมรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้า

“ขนลุก” คนไทยที่นั่งอยู่ข้างๆ กระซิบหลังได้ยินเสียงขลุ่ยอาจารย์ธนิสร์

ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ขลุ่ย ศิลปิน ศิลปินแห่งชาติ บทสัมภาษณ์

ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ขลุ่ย ศิลปิน ศิลปินแห่งชาติ บทสัมภาษณ์

คำพูดของเขาชวนให้เรานึกถึงบทสนทนาสั้นๆ กับอาจารย์ธนิสร์ในคาเฟ่เล็กๆ ย่านชิบูย่าที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ราว 2-3 ชั่วโมง

อะไรคือ ‘ความลับ’ เบื้องหลังเสียงขลุ่ยที่สะกดหัวใจผู้คน – คำถามของเราวนเวียนอยู่กับประเด็นดังกล่าวระหว่างสนทนากับศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง พ.ศ.2559 วัย 68 ปี ท่ามกลางชุดอาหารเช้า กาแฟ และขลุ่ยหลายเลาที่ซ่อนตัวอยู่ในถุงผ้าทรงกระบอกข้างตัวเขา

ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ขลุ่ย ศิลปิน ศิลปินแห่งชาติ บทสัมภาษณ์

“ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี คือใคร?”

คนรุ่นใหม่อาจไม่รู้จัก แต่ถ้าคุณเป็นคนที่เติบโตในยุคมนต์เพลงคาราบาว ต้องเคยเห็นหรือรู้จักธนิสร์ ศรีกลิ่นดี อดีตสมาชิกเพียงหนึ่งเดียวในวงที่มาพร้อมเสียงขลุ่ย และเสียงขลุ่ยในเพลง เมดอินไทยแลนด์ ของอัลบั้มในชื่อเดียวกัน ก็ทำให้ขลุ่ยกลายเป็นภาพจำของเขา

ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้น ธนิสร์เกิดในครอบครัวนักดนตรีในจังหวัดสิงห์บุรี หัดเล่นดนตรีตั้งแต่อายุสิบขวบ จากนั้นเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ ช่วงวัยรุ่น เพื่อเรียนต่อด้านดนตรีจนจบมหาวิทยาลัย แล้วใช้ชีวิตอีกสิบกว่าปีหลังจากนั้นในฐานะอาจารย์สอนดนตรี ก่อนจะลาออกมาเป็นนักดนตรีเต็มตัวตลอดชีวิต

นอกจากขลุ่ย ธนิสร์ยังสามารถเล่นเครื่องดนตรีได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าเครื่องสาย เครื่องเป่า คีย์บอร์ด กลอง แม้กระทั่งเปียโน รวมถึงสามารถแต่ง เรียบเรียง และสร้างสรรค์ดนตรีได้ในทุกกระบวนการ

ด้วยฝีมือที่เข้าขั้น บวกกับความเชื่อมั่นในความสามารถ ธนิสร์ในวัยหนุ่มจึงพร้อมจะดวลดนตรีกับทุกคนที่ผ่านเข้ามาหรือท้าทาย

“เลือดร้อน เห็นใครไม่ได้เลย ต้องปะทะ ต้องดวลตรงนั้น แต่พอย้อนมองกลับไป มันไม่ใช่ดนตรี ไม่ใช่เลย ดนตรีไม่ใช่แบบนั้น”

อาจารย์ธนิสร์ในวัย 68 ปีที่นั่งอยู่ตรงหน้า แววตาและสีหน้าดูใจดีจนไม่เห็นคราบความเลือดร้อนในวัยหนุ่ม บอกว่า กว่าเขาจะเข้าใจว่าดนตรีคืออะไร ต้องใช้เวลาอีกหลายปีหลังจากนั้น

ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ขลุ่ย ศิลปิน ศิลปินแห่งชาติ บทสัมภาษณ์

เท่าที่ทราบ อาจารย์เล่นเครื่องดนตรีได้หลายชิ้นมาก ทำไมถึงชอบขลุ่ยเป็นพิเศษ

‘ธรณีกันแสง’ (ตอบทันที) ตอนเด็กๆ ผมได้ยินเสียงขลุ่ยเพลงนี้ในงานศพที่วัดแถวบ้าน แล้วชอบ จากนั้นชีวิตก็เริ่มเล่นดนตรี แค่นี้เอง ไม่คิดว่าจะดัง มันอยากจะเล่นแค่เมโลดี้นี้ (ฮัมเพลงธรณีกันแสงให้ฟัง) แล้วไม่รู้จะทำยังไง พ่อเป็นภารโรง จะเอาตังค์ที่ไหนไปซื้อเครื่องดนตรี ต่อมาพอเก็บเงินได้ ก็เอาไปซื้อขลุ่ยตามงานวัด แล้วเอามาเป่าเล่นตาม

เป่าครั้งแรก รู้ตัวเลยไหมครับว่าชอบ

ไม่รู้ เด็กๆ บ้านนอก ไม่ค่อยมีอะไรเล่นหรอก นอกจากปั้นดิน ปั้นวัวปั้นควาย ตกปลา แต่ผมอาจจะแปลกสักหน่อย คืออยากเล่นดนตรี เล่นไปแล้วมันรัก มันมีความสุข พอผมรักดนตรี ผมก็ศึกษาหาความรู้

ตอนเด็กๆ ที่อยู่สิงห์บุรี น่าจะหาตำราเรียนยาก ตอนนั้นอาจารย์ศึกษาหาความรู้ยังไง

ผมได้ครูดี ตั้งแต่พ่อแม่ที่ให้กำเนิดและสั่งสอนผมด้วยความรัก แล้วก็มาเจอ ครูทองดำ สิ่งที่สุข ครูดนตรีคนแรก ท่านสอนโน้ตสากลให้ผม ปกติเด็กบ้านนอกไม่ได้เรียนหรอก อย่างมากก็แค่โดเรมีฟาซอลหรือใช้จำเอา แต่ท่านเป็นคนที่สอนให้ผมอ่านโน้ตเป็น อย่างขึ้นเมเจอร์ ลงไมเนอร์ เราไม่เคยเจอเพราะตอนนั้นเราเล่นแต่เพลงไทย เจอโน้ตไม่เยอะ ยิ่งมาเจอแฟลต (โน้ตที่มีเสียงต่ำลงครึ่งเสียง) ก็งง ถามครู ตรงไหนไม่เข้าใจ ท่านก็สอน

ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ขลุ่ย ศิลปิน ศิลปินแห่งชาติ บทสัมภาษณ์

หลังจากนั้นอาจารย์ก็เริ่มเรียนและเล่นเครื่องดนตรีสากล แต่ทำไมขลุ่ยถึงไม่เคยหาย

ขลุ่ยคือชีวิตมาตั้งแต่แรก ผมจะไปเรียนอะไร ขลุ่ยก็อยู่ข้างกายผมตลอด เป็นเครื่องดนตรีที่รัก แล้วยิ่งผมเรียนมาทางดนตรีสากล ยิ่งทำให้ผมเกิดความรู้สึกมาตลอดว่า ทำไมเครื่องดนตรีที่จะโซโล่ต้องเป็นแค่เครื่องดนตรีฝรั่ง เฮ้ย! เครื่องดนตรีไทยเรามีตั้งเยอะที่เพราะๆ ไม่เอาขึ้นมาบ้าง หรือเอามานำเขาบ้าง ทำไมเราต้องตามเขาตลอด แล้วผมได้เห็นจีนพัฒนาเครื่องดนตรีของเขา โดยเฉพาะกายกรรมเปียงยาง ผมตะลึง ไม่ได้ตะลึงกับกายกรรมนะ แต่ตะลึงกับดนตรี เพราะเขาไม่ใช้เครื่องสากลเลย เล่นได้ไง สุดยอดมาก ประทับใจ ดูเสร็จผมก็มีความคิดอยากนำเครื่องดนตรีไทยมาเล่นบ้าง แล้ววันหนึ่งผมก็เห็นว่ามีโอกาสที่จะทำแบบนั้นได้ เพราะอะไรรู้ไหม? (ทำท่ากระซิบ) เพราะเป็นความผิดของ ยืนยง โอภากุล (แอ๊ด คาราบาว-ผู้เขียน)

เขาเชิญผมไปร่วมเล่นกับเขา และร่วมให้แต่งเพลง เมดอินไทยแลนด์ ทำให้คนเห็นหน้าผมมีแต่ขลุ่ย แล้วคิดว่าผมเล่นเครื่องดนตรีอื่นไม่ได้ หรือไม่เขาก็ไม่เชื่อว่าผมเล่นเป็น (หัวเราะ) ผมต้องขอบคุณแอ๊ดนะที่ชวนมาร่วมทำงานตอนนั้น มันทำให้ผมมีทางเดินเฉพาะตัวเลย เขาทำทางให้ผมเดิน ผมไม่ได้สร้างเอง

ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ขลุ่ย ศิลปิน ศิลปินแห่งชาติ บทสัมภาษณ์

ได้ยินว่าสมัยหนุ่มๆ อาจารย์ค่อนข้างใจร้อน จุดเปลี่ยนอยู่ตรงไหน

ความทุกข์ (ตอบทันที) เมื่อก่อนเราสบาย แต่พอเสียลูกเสียภรรยา ทุกอย่างประดังประเดเข้ามาโดยตรง โดยเฉพาะภรรยาที่เสีย เขาเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง ผมประสบความสำเร็จมาถึงตรงนี้ได้เพราะเขา เขาเป็นผู้หญิงที่ไม่นินทาผม ไม่คุยเรื่องไร้สาระ อะไรดีไม่ดีเขาจะกรองไว้หมด ทำทุกอย่าง ขอให้ผมทำงานที่ผมรักก็คือดนตรีเท่านั้นเอง

สำหรับผม ช่วงที่ชีวิตรุ่งเรืองเป็นช่วงที่ชีวิตอันตราย ชีวิตตรงนั้นมีแต่คำสรรเสริญเยินยอ ทำอะไรก็ถูกหมด อันนี้มันทำให้เราลืมอะไรต่ออะไรไปหลายอย่าง ชีวิตตรงนั้นแทนที่จะมีความสุขที่แท้จริง ไม่ มันมีแต่ความสนุก ความสนุกกับความสุขมันไม่เหมือนกัน

ไม่เหมือนยังไง

ไปดูดนตรี สนุกปุ๊บ แล้วความสุขล่ะ? เราตีไปว่าความสนุกมันเป็นความสุข แต่ความสุขที่แท้จริงมันเกิดจากความสงบ

ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ขลุ่ย ศิลปิน ศิลปินแห่งชาติ บทสัมภาษณ์

แสดงว่าตอนนั้นอาจารย์สนุก แต่ไม่สงบ

ไม่สงบ มีแต่ร้อน ใครแตะไม่ได้เลย ข้าเก่ง ข้าแน่ ไม่ยอมใครหรอก แต่ตอนนี้ผมเริ่มวาง บางคนให้ของผมยังไม่เอาเลย เอามาทำไม ให้มาแล้วก็ไม่เกิดประโยชน์ จะให้เพื่ออะไร มันเกิดความรู้สึกวาง เบากว่าสมัยตอนหนุ่มๆ เยอะ

อย่างสมัยก่อนผมทะเลาะกับแอ๊ดบ่อยนะ เขาแต่งเพลง แต่งไปตามความรู้สึกของเขา แล้วเขาก็ดัง แต่ผมไม่ยอมรับเขา ผมแบบอะไรวะ กูเรียนมาอย่างนี้ แต่เขาไม่ได้เรียนดนตรี ต่อมาพอแยกวงกันแล้ว ผมถึงรู้ว่า เฮ้ย เขายิ่งใหญ่มาก ทำให้เพลงดังขนาดนี้ ส่วนเราเรียนมาแทบตาย มองทะลุปรุโปร่ง แต่ทำไม่ได้ดังอย่างเขา เพราะหัวใจเราไม่เหมือนกัน เขาเข้าใจความเป็นป๊อปปูล่า ความเป็นแมส หลังจากนั้นผมต้องกลับไปคุยกับเขาใหม่ กลับไปกอดเขา ขอบคุณที่ทำให้รู้ว่า ดนตรีไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียน ไม่ได้อยู่แค่ในตำรา มันยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก เพราะตัวโน้ตมันมาจากธรรมชาติ ซึ่งมีมาก่อนที่จะมีตัวโน้ตอีก

ตอนนี้กับสมัยหนุ่มๆ ต่างกันเยอะ

เหอะ! สมัยหนุ่มๆ ผมเดินหน้าฆ่ามัน เห็นใครไม่ได้ ต้องปะทะตรงนั้น เมื่อก่อนเราเล่นดนตรีเพื่อตัวเอง เพื่อจะเก่ง เพื่ออีโก้ เพื่อจะสนองตัณหา แต่ทุกวันนี้เราเล่นเพื่อทำให้คนฟังมีความสุขที่สุด เสียงดนตรีมันมีความจริงใจกว่า พอไม่ได้เล่นเพื่อตัวเอง ความลึกซึ้งของเสียงมันจะเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ ไม่ใช่สิ่งมหัศจรรย์ เสียงดนตรีผมตอนนี้กับเมื่อก่อนไม่เหมือนกัน คุณลองไปฟังแล้ววิเคราะห์ดู

เหมือนที่อาจารย์พูดอยู่บ่อยๆ ใช่ไหมว่าดนตรีที่ดีต้องออกมาจากจิตใจที่ดี

(พยักหน้า) จิตใจดี เสียงดนตรีมันถึงจะออกมาดี มันเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่ใช่อภินิหารอะไร

ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ขลุ่ย ศิลปิน ศิลปินแห่งชาติ บทสัมภาษณ์

แล้วนักดนตรีที่ดีจำเป็นต้องเก่งไหม หรือเก่งกับดี จริงๆ เป็นคนละเรื่อง

ควรจะอยู่ด้วยกัน เหมือนเสียงดนตรีมันจะมัดใจคนไว้ได้ ไม่ใช่แค่มันแสดงความเก่งออกมา เสร็จแล้วมันหายไปในอากาศ แต่ความประทับใจมันมาจากจิต จิตใจต้องดี ฝากบอกคนที่เป็นศิลปินหรืออยู่ในวิชาชีพนี้ว่ามีลมหายใจต้องฝึก ไม่ได้ฝึกดนตรีอย่างเดียว แต่ฝึกการให้ อย่าเล่นดนตรีเพื่อมีชื่อเสียงโด่งดัง มีเงินเยอะเท่านั้น อันนั้นผิดแล้ว เอาความร้อนมาใส่ตัว ดนตรีมันต้องเย็นมาจากตัวเรา เราจะเห็นว่าบางคนมีชื่อมีเสียงแล้ว เช่นอย่างเมืองนอกที่ดังๆ จะเห็นว่าทำไมฆ่าตัวตายหรือใช้ยาเสพติด เพราะยังร้อนอยู่ ทุกวันนี้เวลาสอนลูกศิษย์ ผมถึงย้ำเรื่องคุณธรรมนำ เข้ามาเรียนกับผม กราบเท้าพ่อแม่ไม่เป็น ผมก็ไม่สอน

เรื่องกราบเท้าพ่อแม่สำคัญยังไง

มันเป็นคุณธรรมพื้นฐาน กราบเท้าพ่อแม่ ขอโทษพ่อแม่ให้ได้เสียก่อน โดยเฉพาะลูก ต้องกอดพ่อแม่ทุกวัน พอได้กอดแล้วเราจะสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากความรักเล็กๆ สำหรับผมความรักเป็นเรื่องยิ่งใหญ่มาก เพราะความรักสร้างโลก อย่างดนตรีที่ผมทำก็สร้างมาจากความรัก

ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ขลุ่ย ศิลปิน ศิลปินแห่งชาติ บทสัมภาษณ์

อาจารย์ดูมุ่งมั่นกับดนตรีตั้งแต่เด็ก เคยสับสนบ้างไหม ว่าชอบจริงๆ หรือเปล่า

ไม่ ผมรักเร็ว ผมเริ่มมาตั้งแต่ตอนนั้น (ตอนเด็กๆ ที่ได้ฟังเพลงธรณีกันแสง) มันมีความสุขนะ พอมีความสุขแล้วมันเกิดความรัก

เชื่อในพรสวรรค์ไหมครับ

เชื่อ ผมเชื่อในพรสวรรค์นะ ไม่งั้นไม่มีคำว่า “Born to be” ไม่มีคำว่า “Gifted Talent” มันมี ไม่งั้นคนก็เป็นโมสาร์ท เป็นอะไรได้เต็มโลก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันต้องเกิดจากความจริงใจ ฝืนฝึกให้เก่งยังไง เล่นยังไง ถ้าไม่มี Talent ไม่มีความจริงใจที่จะทำสิ่งนั้น มันเกิดขึ้นก็ไม่ดี ไม่ทำให้คนประทับใจ

อาจารย์รู้ตัวว่ามีพรสวรรค์เมื่อไหร่

ไม่คิดว่าเกิดมาแล้วได้เลย นี่บอกตรง ๆ ไม่ได้ถ่อมตัวนะ ผมต้องศึกษาตลอด ต้องฝึกตลอด ผมซ้อมตลอดเวลา อยู่ที่ไหนก็ซ้อม อย่างเมื่อเช้าก็ซ้อม…

อาจารย์ธนิสร์หยิบไอโฟนขึ้นมาวางบนโต๊ะ เปิดเพลงใหม่ที่เพิ่งแต่งตอนเช้าให้ฟัง…

มีชื่อเพลงหรือยังครับ

ยัง ไม่รู้จะให้ชื่อว่าไร ตอนนี้มีแค่เสียงขลุ่ย แต่สำเนียงได้แล้ว เดี๋ยวจะเอาไปขยายเป็นแบนด์ เข้าสตูดิโอ เขียนฮาร์โมนีอีกที (ชี้ไปที่ไอโฟน) มันช่วยเรานะ รองรับความคิดเรา อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ แต่หัวใจสำคัญคือต้องซ้อมต้องฝึก

เหมือนนักกีฬา

ไม่ ผมทำด้วยความสุข เหมือนหายใจ ผมมีความสุขทุกที่ ซ้อมผมก็มีความสุข บางวันพอจะนอนจู่ๆ เมโลดี้ก็โผล่ขึ้นมาในหัว

อย่างเวลาอยู่บ้าน ผมก็เป่า เป่าแล้วมันมีความสุข ซ้อมมีความสุข เราเล่นทุกงาน ไม่ว่าจะงานเล็กงานใหญ่ หรือเล่นที่นี่ (คาเฟ่เล็กๆ ที่นั่งคุยกัน) ต้อง 100% ทุกงาน เล่นให้คนดูห้าหกคนก็ต้อง 100% เล่นคนเดียวก็ต้อง 100% ต้องเตรียมพร้อม ต้องขัดเกลา ไม่ใช่ถือว่าเก่งแล้วไม่ฝึก ไม่ใช่นะ คนอื่นอาจเป็นแต่ผมไม่ใช่

ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ขลุ่ย ศิลปิน ศิลปินแห่งชาติ บทสัมภาษณ์

เล่นให้คนดูคนเดียวกับร้อยคน ใช้พลังเท่ากัน

ครับ ไม่งั้นความรู้สึกไม่ออกมา เสแสร้งไม่ได้ แกล้งทำไม่ได้ ความจริงใจกับตัวเองถ้ายังไม่มีแล้วจะไปให้ใคร

ศิลปินทุกคนพยายามหาลายเซ็นของตัวเอง อาจารย์หาลายเซ็นตัวเองเจอได้ยังไง

ผมว่าเพราะผมโชคดี เพราะสิ่งต่างๆ มันมีมาหมดแล้ว ผมเพียงแต่มาจัดรูปเล่มใหม่ แล้วผมก็ได้เรียนมาทั้งสองฟาก ทั้งไทยทั้งฝรั่ง แต่เรียนสากลมาหนักหน่อย ผมก็เอามาปรับใช้ ผมรู้ว่าผมจะทำยังไง แล้วผมเชื่อเรื่องชาติที่แล้ว เราคงสะสมมาเราถึงเป็นแบบนี้ เราคงสร้างบุญกุศลมาถึงได้เป็นแบบนี้ แต่ชีวิตต้องเป็นของเรา ชาตินี้ผมเป็นอย่างนี้ ผมก็ต้องเป็นผม เปลี่ยนเป็นอื่นไม่ได้ แต่ขณะเดียวกันชีวิตนี้มันเป็นของผมแล้ว จะสร้างบุญสร้างบาป วันนี้คุณจะเลือกตรงไหน ก็เรื่องของคุณ มันเป็นสิทธิ์ของคุณ เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะเป็นได้

พูดถึงดนตรี ผมว่ายุคโซเชียลมีเดีย มันต้องการอะไรเร็วๆ แล้วความรวดเร็วอะไรต่างๆ เนี่ย มันกลวง เอาความสนุกกับความสุขมาตีกัน เสียงดนตรีที่ควรจะกล่อมเกลา กลายเป็นดนตรีที่มีไว้ให้เล่นเพื่อจะเก่งที่สุด จะอะไรที่สุด เรากำลังลืมคุณค่าของดนตรีในอีกด้านหนึ่งไป

ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ขลุ่ย ศิลปิน ศิลปินแห่งชาติ บทสัมภาษณ์

คิดยังไงเกี่ยวกับรายการประกวดร้องเพลงที่ทุกวันนี้มีเต็มไปหมด

มันเป็นเรื่องธุรกิจ ทำยังไงให้มีเรทติ้งดี คือคนดูเยอะ ทำให้คนดูสนุก อันนี้เป็นเรื่องปกติ แต่ไปไม่ค่อยเจอผมหรอก ผมก็ไม่ไปตัดสินเหมือนกัน ฟังไว้เลยนะ อาจารย์ผม (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) ท่านบอกว่าคนเราไม่มีผิดมีถูก แล้วแต่เขาว่าเขาจะเลือกเดินยังไง เพราะเราเกิดมามีเท่ากันเหมือนกัน แต่การเลือกเดินในชีวิตเป็นเรื่องของแต่ละคน

แล้วอาจารย์เลือกเดินทางไหน

คนที่จะเป็นศิลปินที่ดี ต้องมีแอดติจูดที่ดี ต้องมองโลกในแง่ดี จะมีใครทำอะไรไม่ดีก็แล้วแต่เราต้องมองว่า เออ เขามีเหตุผลอะไรที่ทำแบบนั้น มันไม่มีผิดมีถูก แต่เขาเลือกทำแบบนั้น ถ้าเขามีอะไรแอบแฝง ตัวเขาเองได้รับผล

ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ขลุ่ย ศิลปิน ศิลปินแห่งชาติ บทสัมภาษณ์

คำว่าดี คำว่าคุณธรรม ที่อาจารย์พูดถึงอยู่บ่อยๆ บางคนอาจมองว่าเป็นคติโบราณคร่ำครึ

ความดีความชั่วไม่มีโบราณไม่มีปัจจุบันอะไรหรอก มันเป็นของคู่โลกเลย ไม่มีล้าสมัย ความดีมันต้องดี ความชั่วมันต้องชั่ว ไม่ว่าจะยุคไหน โซเชียลมีเดียจะไวแค่ไหนก็แล้วแต่ สุดท้ายมันก็ลงที่นี่

เหมือนกับศิลปินที่ดีสำหรับผม สิ่งสำคัญต้องมีคุณธรรมและความจริงใจ เพราะความจริงใจมันสัมผัสกันได้ผ่านเสียงดนตรี

พอมีความจริงใจแล้วความลึกซึ้งก็จะเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ.

ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ขลุ่ย ศิลปิน ศิลปินแห่งชาติ บทสัมภาษณ์

ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ขลุ่ย ศิลปิน ศิลปินแห่งชาติ บทสัมภาษณ์

Fact Box:

  • นอกจากอาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี จะเป็นนักดนตรีที่พาขลุ่ยไทยไปแสดงบนเวทีระดับนานาชาติและร่วมบรรเลงกับนักดนตรีระดับโลกแล้ว ด้านหนึ่งอาจารย์ธนิสร์ยังเป็นครูผู้วางรากฐานให้ความรู้ด้านดนตรีไทยให้กับเยาวชนไทยได้สืบสาน และเป็นผู้ริเริ่มพัฒนา “ขลุ่ย” ไทยให้สามารถร่วมเล่นกับเครื่องดนตรีสากลทุกที่ในโลกได้ ทำความรู้จักอาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี เพิ่มเติมได้ที่ www.thanis.net