ใครที่ไม่มีเวลาอ่านหนังสือ ยกมือขึ้น!

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ยกมือ ผมอยากแนะนำให้รู้จักกับ Blinkist

Blinkist คือแอพที่สรุปหนังสือให้คุณได้อ่านและฟังแบบง่ายๆ โดยขณะนี้มีหนังสือมากกว่า 3,000 เล่ม และมียอดดาวน์โหลดทั่วโลกถึง 8 ล้านดาวน์โหลด

 

blinkist

ปัจจุบันมีเนื้อหาให้ผู้ใช้เลือกถึง 26 หมวด อาทิ เรื่องธุรกิจ จิตวิทยา การตลาด การพัฒนาตนเอง และอื่นๆ อีกมากมาย อัพเดทบทสรุปหนังสือกันมากกว่า 10 เล่มต่อสัปดาห์

ถือเป็นแอพชั้นดีสำหรับคนรักการอ่านที่ไม่มีเวลา

แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวแอพ (ซึ่งส่วนตัวผมใช้และชอบมาก) คือจุดกำเนิดของ Blinkist

Blinkist มีจุดเริ่มต้นจากเพื่อน 3 คนที่พบว่าชีวิตการทำงานหลังเรียนจบมหาวิทยาลัยช่างน่าเบื่อ และทำให้พวกเขาไม่มีเวลาทำในสิ่งที่พวกเขารัก นั่นคือ ‘การอ่านหนังสือ’

ทั้งสามคนเลยรวมหัวกันคิดที่จะทำบางสิ่งที่จะตอบโจทย์ชีวิตของพวกเขา

blinkist Sebastian Klein
เซบาสเตียน ไคลน์

เซบาสเตียน ไคลน์ (Sebastian Klein) หนึ่งในผู้ก่อตั้ง มีนิสัยชอบอ่านหนังสือเป็นทุนเดิม ได้นึกย้อนกลับไปเมื่อยังเรียนหนังสือในมหาวิทยาลัย เขาพบว่าตัวเองมักจะจดบทสรุปหนังสือเล่มที่เพิ่งอ่านจบ เพื่อเตือนความจำ และส่งให้เพื่อนๆ ได้อ่าน โดยหวังว่าเพื่อนๆ จะได้ประโยชน์ ‘เนื้อๆ’ จากหนังสือเล่มนั้น โดยไม่ต้องเสียเวลาอ่านจบทั้งเล่ม

การย้อนมองอดีตทำให้ทั้งสามได้ไอเดียที่จะสร้างอนาคต นั่นคือแอพที่จะช่วยสรุปเนื้อหาในหนังสือสำหรับคนที่ไม่มีเวลาอ่าน

แต่ปัญหาคือ ไม่มีใครในทีมที่สามารถทำแอพได้ เพราะฉะนั้นทั้งสามจึงตามหาโปรแกรมเมอร์ผู้เชี่ยวชาญ จนกระทั่งได้พบกับ โทบี้ บอลลิ่ง (Tobi Balling) โปรแกรมเมอร์สายสตาร์ทอัพ เข้ามาร่วมทีมและช่วยสานฝันให้เป็นจริง

blinkist
โทบี้ บอลลิ่ง (คนกลาง) โฮลเกอร์ เซม (ซ้าย) นิกคลาส เจนเซน (ขวา)

หลังจากที่พวกเขาทั้งหมด ตัดสินใจออกจากงาน เพื่อมาทุ่มเทปลุกปั้นสตาร์ทอัพในฝัน

แต่การเริ่มต้นธุรกิจนี้ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ในปี 2012 ความฝันและกำลังใจก็เริ่มถดถอย เพราะโลกแห่งความจริงได้เล่นตลกกับพวกเขา ทั้งปัญหาเรื่องเงิน ยอดดาวน์โหลดอันน้อยนิด แอพมีปัญหา รวมถึงคอนเน็คชั่นทางธุรกิจที่เริ่มถอยห่าง

พวกเขาต้องต่อสู้กับวิกฤตนี้เป็นเวลา 2 ปี และพวกเขาเกือบล้มละลายถึง 2 ครั้ง และเคยไม่มีเงินจ่ายพนักงานนานถึง 2 เดือน

ความฝันทั้งหมดควรอวสานที่ตรงนี้ แต่โชคดีที่ความพยายามทั้งหมดไม่สูญเปล่า เมื่อวันหนึ่งมีนักลงทุนที่เชื่อมั่นในไอเดียของพวกเขา ระดมทุนเข้ามาเป็นชูชีพช่วยต่อลมหายใจให้แอพมีเงินแก้ปัญหาเหล่านี้

เมื่อเงินมา สิ่งใดที่ฝืดเคืองก็คล่องตัวขึ้น และช่วยให้พวกเขากับทีมงานใช้เวลาในการเพิ่มบทสรุปของหนังสือได้มากขึ้น

เมื่อบทสรุปเยอะขึ้น ก็เหมือนกับแอพขายของที่มีสินค้าให้เลือกเยอะ ผู้ใช้รู้สึกว่ามีตัวเลือกหลากหลาย และทำให้แอพดูน่าสนใจ

blinkist

blinkist

blinkist

“More is More” หรือมีเยอะๆ ไว้ก่อนดีกว่า คล้ายเป็นไบเบิ้ลของเว็บขายของออนไลน์ในยุคสมัยนี้ เพราะมีผลสำรวจยืนยันว่า เว็บที่มีสินค้าหรือคอนเทนท์ให้คนเลือกเยอะ จะดึงดูดความสนใจของผู้คนได้ดีกว่า

ปริมาณบทสรุปหนังสือที่อัพเดทกว่า 10 ชิ้นต่อสัปดาห์ และปริมาณหนังสือหลายพันเล่มในแอพ Blinkist ได้กลายเป็นคลังความรู้ขนาดใหญ่ของคนรักการอ่าน แต่ขาดแคลนเวลา

blinkist

 

blinkist

และนี่คือที่มาของ Blinkist สตาร์ทอัพสรุปหนังสือมูลค่าหลายพันล้านบาท ที่มีจุดเริ่มต้นจากความชอบและความฝัน

ก่อนจะเป็นจริงได้ด้วยความอดทนและเชื่อมั่น และทำให้การอ่านหนังสือเล่มที่เป็นภารกิจอันโหดหินในโลกสมัยใหม่ กลายเป็นสิ่งที่เป็นได้ไป

เหมือนกับ motto ของ Blinkist ที่ว่า ‘Fit reading into your life’.

เรียบเรียง: วชิรวิชญ์ กิติชาติพรพัฒน์