“เราไม่เคยจัดกิจกรรมแบบนี้ในญี่ปุ่นมาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่เราเชิญสื่อมวลชนมาที่บ้านเพื่อทำความรู้จักเลกซัสจริงๆ”

โยชิฮิโระ ซาวะ ประธาน Lexus International Co. กล่าวต้อนรับ ในวันที่สื่อมวลชนจากทั่วโลกเดินทางไปร่วมกิจกรรม Lexus Cultural Experience ที่ประเทศญี่ปุ่น

คุณโยชิฮิโระ ซาวะ, ประธาน Lexus International Co.
คุณโยชิฮิโระ ซาวะ, ประธาน Lexus International Co.

เลกซัส คือแบรนด์รถยนต์ระดับหรูสัญชาติญี่ปุ่น ที่เผยโฉมสู่ตลาดโลกครั้งแรกในปี 1989 และประสบความสำเร็จทันทีตั้งแต่ปีแรกที่ออกจำหน่าย

อาจกล่าวได้ว่านี่คือแบรนด์รถหรูหนึ่งเดียวของเอเชีย ที่ผงาดอยู่แถวหน้าในตลาดโลก

ความสำเร็จนั้นยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งทุกวันนี้ เลกซัสก็ยังคงเป็นรถยนต์ระดับหรูที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในสหรัฐอเมริกา 

อะไรที่ทำให้แบรนด์อย่างเลกซัส ก้าวขึ้นมาเทียบชั้นกับแบรนด์หรูฝั่งยุโรป ที่ครองตลาดมาอย่างยาวนาน

เลกซัสตอบคำถามนี้ ด้วยการพาสื่อมวลชนจากทั่วโลกมาสัมผัสให้ถึงแก่นแท้ของแบรนด์ที่บ้านเกิด ในวาระที่เลกซัสกำลังจะมีอายุครบ 30 ปี 

“จะเข้าใจเลกซัส ต้องเข้าใจ DNA ของเรา สิ่งที่ขับเคลื่อนให้เลกซัสเติบโตมาได้อย่างรวดเร็วและมั่นคง ผมว่ามันคือวิถีวัฒนธรรม ที่ฝังรากลึกอยู่ในคนญี่ปุ่น สิ่งนี้ทำให้รถยนต์ของเราแตกต่างจากคู่แข่ง” 

ดังนั้น การเดินทางครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การไปดูโรงงานประกอบรถยนต์ หรือทดลองขับแบบอีเวนต์รถยนต์ทั่วไป

แต่คือการเดินทางไปทำความรู้จักแบรนด์แบรนด์หนึ่งในระดับจิตวิญญาณ ผ่านวัฒนธรรมญี่ปุ่น เพื่อหาคำตอบว่า ‘ราก’ ที่หยั่งลึกลงไปในแบรนด์เลกซัสนั้นคืออะไร 

Omotenashi ปรัชญาการให้บริการแบบญี่ปุ่นที่ ‘ลึก’ และ ‘ซึ้ง’ อยู่ในใจผู้รับ 

“เราต้อนรับแขกของเราอย่างไร รถยนต์เลกซัสก็ต้อนรับเจ้าของเช่นนั้น” 

Lexus Gift
ของขวัญต้อนรับสำหรับแขกผู้มาเยือน สะท้อนปรัชญาการต้อนรับอันน่าประทับใจของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของเลกซัส

ตั้งแต่วันแรกที่แบรนด์ก่อตั้ง เลกซัสพูดอยู่เสมอ ว่าพวกเขาสร้างรถยนต์จากปรัชญา ‘Omotenashi’  

ซึ่งหากแปลอย่างตรงไปตรงมา จะหมายถึง จิตวิญญาณการบริการแบบญี่ปุ่น 

แต่การบริการแบบ Omotenashi นั้นมีระดับความลึกที่มากไปกว่านั้น เพราะไม่ใช่แค่การดูแลลูกค้าให้ดีที่สุด แต่คือการมองให้ขาดว่าสิ่งที่ลูกค้าต้องการจริงๆ คืออะไร และกล้ามอบสิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นให้ โดยที่ลูกค้าเองอาจไม่ได้คาดคิด 

เพื่อความเข้าใจในเซนส์ของ Omotenashi อย่างถ่องแท้ เลกซัสพาทุกคนย้อนกลับไปถึงจุดกำเนิดของปรัชญานี้ ที่มีจุดเริ่มต้นจากพิธีชงชาของชาวญี่ปุ่น เจ้าบ้านจะใช้พิธีนี้ต้อนรับแขก โดยทุกองค์ประกอบต้องพิถีพิถัน เพื่อให้แขกทุกคนมีประสบการณ์ที่น่าจดจำที่สุด

ชาที่ดีที่สุด ชุดน้ำชาที่เหมาะกับแขก พร้อมของหวานที่ถูกต้อง จะได้รับการคัดสรรมาอย่างดี และถูกเสิร์ฟอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อให้เหมาะกับฤดูกาลและความชอบของแขกแต่ละคน 

เลกซัสจำลองบรรยากาศเหล่านั้น ที่ Yorozu Tea Salon ในเมืองฟุกุโอกะ

ในฐานะเจ้าของบ้าน เลกซัสเลือกเสิร์ฟชาที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น ที่ชื่อว่า Gyokuro เกรดคัดพิเศษ ที่ผลิตได้เพียง 4 กิโลกรัมต่อปี สนนราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 5 แสนเยน หรือ 150,000 บาท ผ่านฝีมือการชงระดับ Tea Master ของ ซึกุรุ โทกุบุจิ 

ความสวยงามของพิธีนี้ มันคือความสุขที่เจ้าบ้านได้มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับแขก จากทุกองค์ประกอบที่คุณสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ เวลา และชาที่จัดเตรียมอย่างตั้งใจ ซึ่งการทุ่มเททั้งหมดนี้ ผู้ให้ไม่ได้หวังสิ่งใดตอบแทน นอกจากความสุขและความพึงพอใจของผู้รับ

” 

นี่คือหัวใจหลักของ Omotenshi ที่ทำให้การบริการแบบญี่ปุ่นแตกต่างจากการบริการในแบบตะวันตก และเลกซัสได้นำแนวคิดพื้นฐานนี้เข้าไปอยู่ในรถยนต์ของพวกเขา 

รถยนต์คันแรกของเลกซัสเมื่อ 30 ปีที่แล้วอย่าง LS 400 จึงมาพร้อมกับความนิ่งและเงียบของห้องโดยสาร ที่ไม่มีรถคันไหนในตลาดเทียบเท่า เบาะที่นั่งสบาย ด้วยเทคโนโลยีการปรับเบาะไฟฟ้า และปรับทิศทางพวงมาลัยไฟฟ้า ซึ่งเลกซัสเป็นเจ้าแรกของโลกที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้ และอีกมากมายที่ถูกคิดมาเผื่อให้ลูกค้า อย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่ทำให้เลกซัสประสบความสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้ 

การออกแบบภายในของ LS 400 ที่เปิดตัวในปี 1989 (Photo : En.wheelsage.org)

ความท้าทายของเลกซัสและ Yorozu Tea Salon ที่มีเหมือนกันคือ การผสมผสานระหว่างความโมเดิร์นและปรัชญาเก่าแก่ ให้อยู่ร่วมกันอย่างลงตัว 

Yorozu เป็นร้านชาที่นำเสนอพิธีชงชาในรูปแบบสมัยใหม่ ทั้งวิธีการลำดับรสชาติ และการจัดสถานที่ การผสมผสานวิธีชงชาสมัยใหม่เข้ามาเพิ่มสีสันให้กับการดื่มชา แต่ทว่าท่วงท่าในการชง ความพิถีพิถันในขั้นตอน และการเลือกวัตถุดิบและอุปกรณ์ที่ดีที่สุด เพื่อสร้างความประทับใจสูงสุดให้กับแขก อันเป็นแก่นแท้ของพิธีนั้นยังคงอยู่แบบไม่ลดหย่อน 

ความโมเดิร์นและรากเหง้าแห่งภูมิปัญญาที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว
ความโมเดิร์นและรากเหง้าแห่งภูมิปัญญาที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว

เช่นเดียวกับเลกซัส ที่รถยนต์ของพวกเขาต้องเป็นส่วนผสมที่ลงตัว ระหว่างเทคโนโลยีล้ำยุค และความละเอียดอ่อนที่คราฟท์ทุกความรู้สึกของผู้ขับขี่ แบบเจ้าบ้านทำให้แขกของพวกเขาได้มีประสบการณ์ที่น่าประทับใจที่สุด

ซึ่งสิ่งนี้คือแนวคิดที่ฝังอยู่ในคนญี่ปุ่น ที่ทำให้รถยนต์ของเลกซัสมีความแตกต่างอย่างชัดเจนกับคู่แข่งฝั่งยุโรป

ความเรียบง่าย ที่ซ่อนความลุ่มลึก อย่างไม่อ่อนข้อต่อรายละเอียด

ที่เลกซัสเราจะเห็นสโลแกนอยู่หนึ่งวลีที่บอกว่า “Nothing is crafted like a Lexus” 

ความหมายของคราฟท์ในแบบเลกซัส ไม่ใช่คราฟท์แค่ตัวรถยนต์ แต่ต้องคราฟท์ความรู้สึกของคนที่เป็นเจ้าของรถด้วย

เลกซัสอธิบายวิถีความคราฟท์แบบญี่ปุ่น ผ่านประสบการณ์สุดพิเศษในเรียวกัง หรือที่พักแบบญี่ปุ่นโบราณที่ลอยตัวอยู่เหนือทุกการแข่งขันและกาลเวลา แม้ว่าโลกนี้จะเกิดโรงแรมหรูหรา หรือแข่งขันกันรุนแรงแค่ไหนก็ตาม  

เลกซัสเลือก Otani Sanso เรียวกังที่เคยใช้รับรองแขกคนสำคัญ ทั้งระดับราชวงศ์และผู้นำประเทศ เพื่ออธิบายถึงคุณค่าที่กาลเวลาไม่สามารถทำลายได้

Otani Sanso
Otani Sanso

ภายใต้สถาปัตยกรรมเรียบง่าย กลับเต็มไปด้วยรายละเอียดที่ทำให้ผู้มาพักรู้สึกพิเศษที่สุด ความรู้สึกนี้ไปไกลกว่าคำว่าหรูหรา แต่คือประสบการณ์ที่ทำให้แขกรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นศูนย์กลางของสถานที่

ทุกองค์ประกอบคือการออกแบบที่น้อย แต่มากด้วยความรู้สึก อาทิ การดึงความงามของธรรมชาติเข้ามาไว้ใกล้ชิดกับแขก อาหารที่เสิร์ฟ ปรุงอย่างเรียบง่ายแต่รสชาติต้องลุ่มลึก ด้วยฝีมือเชฟระดับมาสเตอร์ที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนัก เพราะเพียงการแร่ปลาสักชิ้นให้บางได้มาตรฐานที่ควรเสิร์ฟ ก็เป็นเรื่องที่ต้องฝึกฝนนับหมื่นชั่วโมง บริการในแบบ Omotenashi ที่จับทุกโมเมนต์ของแขกได้อย่างละเอียดลออ

เรียวกังจึงตราตรึงอยู่ในใจของผู้เข้าพักตั้งแต่ก้าวแรกที่เราเข้าไป จนก้าวสุดท้ายที่เดินออกมา และนี่คือคุณค่าเหนือกาลเวลา (timeless value) ที่เลกซัสหยิบยกมาไว้ในรถยนต์

ในทุกฟังก์ชั่นใช้งานของรถหนึ่งคัน ต้องตอบโจทย์ทั้งเรื่องการใช้งานและให้ความสุนทรีย์ไปพร้อมๆ กัน

คือการสร้างประสบการณ์ที่หาที่ใดเปรียบไม่ได้สำหรับลูกค้า ไม่ว่าจะในฐานะคนขับ คนโดยสาร หรือกระทั่งการเข้ามารับบริการในศูนย์บริการ

“ต้องให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางเสมอ “

การออกแบบภายในห้องโดยสาร ที่เห็นว่าเรียบง่าย แต่เบื้องหลังถูกคิดมาอย่างหนัก รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เรามองไม่เห็น เลกซัสไม่เคยปล่อยผ่าน กระทั่งเสียงของการปิดประตูรถ ก็ยังต้องวิจัย ว่าเสียงแบบไหนให้ความรู้สึกสบายกับคนขับ และมีเซนส์ของความลักซ์ชัวรี่ที่สุด

ความเงียบที่เกิดจากการบุรอบคันอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้คนขับเลกซัสรู้สึกผ่อนคลายขณะขับขี่ที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพถนนแบบไหน ความนุ่มและนิ่งของรถที่ต้องผ่านการทดสอบเป็นแสนไมล์ กว่าจะได้รถสัก 1 โมเดล

การประกอบรถยนต์ที่คัดเลือกมาเฉพาะพนักงานที่มีทักษะระดับสูง ขนาดที่สามารถระบุความกว้างของช่องว่างของรถได้เพียงนิ้วสัมผัส และเคร่งครัดถึงขนาดที่ว่า หากคุณตอบคลาดเคลื่อนเกิน 0.2 มิลลิเมตร วันนั้นจะถูกสั่งห้ามไม่ให้ทำงาน 

เลกซัส จึงเป็นรถยนต์ที่ล้ำด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่คงเคร่งครัดกับแก่นแท้ภายในคือ ความคราฟท์ และ Omotenashi ที่ผสมผสานอยู่ในวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาเป็นเวลานานนับศตวรรษ จนฝังอยู่ในระดับจิตใต้สำนึกของคนญี่ปุ่น

นี่คือความลึกของแนวคิดและจิตวิญญาณที่แฝงอยู่ในรายละเอียดของรถยนต์เลกซัส ที่ common ได้สัมผัสตั้งแต่วันแรกที่เดินทางไปถึง

โดยหารู้ไม่ว่า รถหรูจากญี่ปุ่นแบรนด์นี้ยังมีอะไรให้ค้นหาอีกมาก เมื่อเราเดินทางไปเยี่ยมชมโรงงานและศูนย์การออกแบบ Lexus Global Design Studio ในวันถัดมา

เดินทางกับเลกซัสต่อได้ที่ LEXUS Trip: บุก ‘ห้องแห่งความลับ’ ในโรงงาน ทำไมเลกซัสถึงเป็นรถที่หุ่นยนต์สร้างไม่ได้

ร่วม Experience Amazing กับเลกซัสด้วยตัวคุณเอง ลงทะเบียนทดลองขับเพื่อสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษนี้ได้ที่ http://bit.ly/2YeyfLh