Capsula Mundi คือโลงศพรูปแบบใหม่ ที่อาจจะมาเปลี่ยนวิธีการฝังศพ

ด้วยการทำให้ร่างไร้วิญญาณได้เกิดใหม่ไปเป็น ‘ต้นไม้’

หรือพูดง่ายๆ ตายแล้วไปเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้กันเถอะ

3 ปีที่แล้ว หลายสื่อเคยนำเสนอไอเดียโลงศพรักษ์โลกของ Capsula Mundi กันอย่างครึกโครม

ว่านี่คือมิติใหม่ของการฝังศพ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อโลก

แต่ ณ เวลานั้น ทุกอย่างยังเป็นแค่คอนเซ็ปต์ ที่ยังไม่สามารถใช้งานได้จริง

Capsula Mundi
(facebook.com/CapsulaMundi/)

ท่ามกลางความกังขาของหลายคน ว่าไอเดียนี้ จะทำได้จริงหรือ ? 

แอนนา ชิเทลลี่ (Anna Citelli) และ ราอูล เบรทเซล (Raoul Bretzel) 2 ดีไซน์เนอร์ชาวอิตาลีผู้ริเริ่มโปรเจค ไม่เคยถอดใจ  

พวกเขาเดินทางไปทั่วโลก เพื่อจัดแสดงและให้ความรู้เกี่ยวกับโลงศพของพวกเขา

แม้ว่าหลายพื้นที่จะยังติดปัญหาเรื่องกฎหมายการฝังศพ

(facebook.com/CapsulaMundi/)
(facebook.com/CapsulaMundi/)

ความพยายามของพวกเขาไม่สูญเปล่า

มีผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจ ทั้งประชาชนทั่วไปและนักลงทุน จนตอนนี้ทั้งคู่ได้ทำ Capsula Mundi ฉบับย่อส่วน ในรูปแบบของ ‘โกศ’ จำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว

โกศรักษ์โลกจาก Capsula Mundi (capsulamundi.it)

เราควรปลูกป่า ไม่ใช่ทำลายป่าเพื่อเอาไม้มาทำโลงศพ

“เราทุกคนคือส่วนหนึ่งของวัฏจักรธรรมชาติ การตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการกลับคืนสู่ธรรมชาติ”

แอนนาและราอูลจึงเลือกที่จะทำโลงศพ เพื่อพาทุกชีวิตคืนสู่ธรรมชาติ

โดยเลือกใช้สัญลักษณ์สากลที่สื่อถึงชีวิตอย่าง ‘ไข่’ และ ‘ต้นไม้’ เป็นแก่นกลางในการออกแบบ

ด้วยแนวคิดที่ว่า การตายของเราควรสร้างประโยชน์ที่ยั่งยืนให้โลก ไม่ใช่ก่อมลพิษ

แอนนา ชิเทลลี่ (Anna Citelli) และ ราอูล เบรทเซล (Raoul Bretzel) ดีไซน์เนอร์ผู้ออกแบบ Capsula Mundi

“กว่าต้นไม้จะโต ใช้เวลาอย่างน้อย 10 – 40 ปี เราตัดมาทำโลงศพ ซึ่งใช้ประโยชน์ได้แค่ 3 วัน

เราควรปลูกป่า ไม่ใช่ทำลายป่าเพื่อเอาไม้มาทำโลงศพ Capsula Mundi เกิดมาจากความคิดแบบนี้”

Capsula Mundi ทำจากวัสดุชีวภาพที่ย่อยสลายได้ 100%

ในรูปทรงของ ‘ไข่’ เพื่อสื่อถึงการเกิดและเริ่มต้นชีวิต

เอื้อต่อการจัดท่าทางแบบ ‘ทารกในครรภ์’ ที่สื่อถึงการเตรียมตัวเพื่อเกิดใหม่อีกครั้ง

ต้นไม้ที่ปลูกอยู่ด้านบน คือสัญลักษณ์ที่เชื่อมระหว่างพื้นโลกและท้องฟ้า (หรือสวรรค์สำหรับบางความเชื่อ)

โดยทั้งหมดนี้เป็นสัญลักษณ์สากล ที่อยู่เหนืออุปสรรคทางศาสนาและวัฒนธรรม

โลงศพรักษ์โลก ช่วยโลกได้แค่ไหน

ปัญหาของการฝังศพแบบเดิมคือ ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายได้ 100%

เพราะรูปแบบของโลงและการฝังเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของออกซิเจน ซึ่งจำเป็นต่อการย่อยสลาย

แต่โลงศพชีวภาพทรงไข่ของ Capsula Mundi เอื้อต่อการไหลเวียนของออกซิเจน

เพราะแป้งที่อยู่ในพลาสติกชีวภาพ จะช่วยเพิ่มคาร์บอน เพื่อไปสร้างสมดุลในระบบย่อยสลาย ให้ไนโตรเจนทำงานได้อย่างเต็มที่

ร่างที่ย่อยสลายใต้ต้นไม้ในสภาวะที่เหมาะสม จะช่วยทำให้เราได้อากาศที่บริสุทธิ์เพิ่มขึ้น

(facebook.com/CapsulaMundi/)

แอนนาและราอูลหวังว่า การฝังศพแบบใหม่นี้ จะทำให้เราได้ป่าแทนป้ายสุสานหลุมศพ

จะดีแค่ไหน หากสามารถเปลี่ยนสุสานเป็นสถานที่ทางธรรมชาติ ที่ทุกคนสามารถมาเดินเล่น หรือใช้เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ หรือเป็นจุดศูนย์รวมของคนในชุมชนที่มารวมตัวกันเพื่อดูแลต้นไม้ เพราะนั่นคือส่วนหนึ่งของคนที่เรารัก

“ตอนเรามีชีวิต ทุกคนสร้างคาร์บอนไว้ในโลกนี้มากมาย ทั้งทางตรงและทางอ้อม

การตายที่อุทิศร่างให้ต้นไม้ มันคือการ ‘ใช้หนี้คาร์บอน’ ที่เราทุกคนเคยก่อไว้บนโลก

สุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์ไม่ใช่ใครอื่น …ลูกหลานของเราเอง”

ค่อยเป็นค่อยไป จาก ‘โกศ’ สู่  ่โลงศพ’

ถึงแม้จากผลสำรวจของ Funeral and Memorial Information Council จะพบว่ากว่า 64% ของคนที่อายุเกิน 40 ปี มีความสนใจในพิธีฝังศพรักษ์โลก

แต่การฝังศพนอกรูปแบบของสุสาน ไม่ใช่เรื่องที่คิดอยากทำก็ทำได้เลย

ในประเทศที่ทำพิธีหลังความตายด้วยการฝัง จะมีกฎหมายควบคุมอย่างเข้มงวด

เพราะซากอาจจะก่อมลพิษได้ หากจัดการไม่ถูกต้อง

Capsula Mundi จึงยังต้องมีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพิ่มอีกมาก เพื่อให้มั่นใจ และผ่านข้อกฎหมาย ก่อนจะนำไปใช้กับร่างกายมนุษย์  

เพราะยังมีปัญหาในกรณีศพที่เป็นพิษ ความหนาและวัสดุธรรมชาติที่ใช้ทำโลง หรือกระทั่งต้นไม้ที่เลือกว่าควรเป็นแบบไหน เพราะร่างกายที่ถูกฝังจะย่อยสลายภายใน 1 ปี ฉะนั้นสารอาหารต่างๆ จะถูกปล่อยออกมาอย่างรวดเร็ว เราต้องมั่นใจว่าต้นไม้ที่เลือก ดูดซึมทัน ไม่งั้นนอกจากไม่ได้ประโยชน์เต็มที่ ก็อาจจะเป็นพิษกับน้ำใต้ดินได้

แอนนาและราอูลจึงเริ่มจากการทำ ‘โกศ’ สำหรับเถ้าอัฐิ ที่ย่อส่วนจากไอเดียโลงศพ เพื่อให้ผู้คนค่อยๆ ชิน ในระหว่างที่พวกเค้าพัฒนาโลงศพ

ซึ่งโกศ Capsula Mundi นั้นถูกกฎหมาย ใช้ได้จริง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 100%

(greenburials.international)


“เราคิดมาเป็นอย่างดีและรู้ว่าเถ้าอัฐิมีค่า PH สูง สามารถไปยับยั้งการเติบโตของต้นไม้ได้ แต่พลาสติกชีวภาพที่เราใช้จะค่อยๆ ย่อยสลายแล้วไปลดค่า PH ทำให้เถ้ากลายเป็นสารอาหารที่สมบูรณ์ของต้นไม้โดยสามารถฝังโกศไว้บริเวณบ้านได้เลย”

นอกจากให้ผู้คนเริ่มคุ้นเคย เงินที่ได้จากการจำหน่ายโกศ ทั้งสองคนจะนำมาเป็นทุนในการวิจัยโลงศพรักษ์โลกอีกทางหนึ่ง   

คนจำนวนมากภาวนาให้โปรเจคนี้สำเร็จและเป็นไปได้

เพราะนี่คงเป็นหนทางหนึ่ง ในฐานะสิ่งมีชีวิตของวัฏจักรธรรมชาติ จะได้กลับคืนสู่ดิน อย่างไม่ติดค้าง และมีคุณค่าที่สุด

ดูข้อมูลและรายละเอียดการสั่งซื้อ โกศ Capsula Mundi ได้ที่ https://www.capsulamundi.it/shop/

 

อ้างอิง :