life

“วันนี้คุณเดินครบ 10,000 ก้าวแล้ว” 

หลายคนรอคอยจะได้เห็นข้อความนี้จากแก็ดเจ็ตออกกำลังกายประจำตัว เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่า วันนี้คุณได้พิชิตอีกหนึ่งเป้าหมายของการเป็นเจ้าของสุขภาพที่ดี 

แต่การต้องอยู่โยงทำงานที่บ้านหรือออกไปไหนมาไหนไม่ได้ในช่วงล็อกดาวน์ อาจทำให้คนรักสุขภาพจำนวนมากไม่สามารถทำยอดได้ครบหมื่นก้าวในแต่ละวัน 

หลายคนจึงเกิดอาการนอยด์ พลอยกังวลว่าขืนโรคระบาดยังจำกัดวงการออกกำลังกายนานกว่านี้ สุขภาพที่เคยดีคงถึงคราวถดถอย 

แต่ที่จริงแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องเดินให้ครบหมื่นก้าวต่อวันตามที่แอปพลิเคชั่นด้านสุขภาพร้องขอเสมอไป 

10000steps

เพราะการเดินวันละหมื่นก้าวเป็นเพียงแคมเปญโฆษณาที่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อเกือบ 60 ปีที่แล้ว เพื่อโปรโมตเครื่องนับก้าวเดินจากญี่ปุ่นที่ชื่อ มังโปะเก (Manpo-kei)  

มังโปะเกได้รับการคิดค้นขึ้นในช่วงมหกรรมโอลิมปิกกรุงโตเกียว ปี 1964 โดยนายแพทย์โยะชิโระ ฮะตะโนะ เพื่อให้คนญี่ปุ่นออกแรงเดินกันมากขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยเดิม จาก 4,000 ก้าวต่อวัน เป็น 10,000 ก้าวต่อวัน 

10000steps
ภาพโฆษณาเครื่องนับก้าวมังโปะมิเตอร์
Photo: https://www.theguardian.com/lifeandstyle/2018/sep/03/watch-your-step-why-the-10000-daily-goal-is-built-on-bad-science

บริษัท ยามาสะ โทเคอิ กีกิ จำกัด (Yamasa Tokei Keiki Co.,Ltd.) ผู้ผลิตเครื่องนับก้าวเดินออกวางขายอย่างเป็นทางการเจ้าแรก ตั้งชื่อเจ้าเครื่องนี้ว่า มังโปะเก ตามความหมายของคำว่า มังโปะ ที่แปลว่า หนึ่งหมื่นก้าว ทั้งยังมาพร้อมสโลแกนชวนเชื่อที่ว่า “สุขภาพดีได้ด้วยการเดินวันละหนึ่งหมื่นก้าว (Healthcare with 10,000 steps/day)” 

ผลปรากฏว่าแผนการตลาดจากชื่อสินค้าที่ฟังแล้วติดหูไปได้สวยสมความคาดหมาย ทำให้นอกจากเครื่องนับจำนวนก้าวจะขายดิบขายดีตั้งแต่ปี 1965 ที่วางขาย ยังทำให้คนที่ซื้อไปใช้ต่างก็พากันเข้าใจและบอกต่อๆ กันไปทั่วโลกว่า ต้องเดินวันละหมื่นก้าวถึงจะสุขภาพดีอย่างเห็นผล 

“ผลการศึกษาของญี่ปุ่นเมื่อทศวรรษที่ 1960 บ่งชี้ว่า เมื่อผู้ชายชาวญี่ปุ่นเดินครบ 10,000 ก้าวต่อวัน เขาจะเผาผลาญพลังงานได้ 3,000 แคลอรี่ ทำให้บริษัทผู้ผลิตเครื่องนับก้าวคิดว่า นั่นเป็นเกณฑ์ที่คนทั่วไปบริโภคจึงเลือกใช้ตัวเลข 10,000 ก้าวเป็นชื่อผลิตภัณฑ์” 

10000steps

ดร. เกร็ก เฮเกอร์ (Greg Hager) ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์แห่งมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ เมืองบัลติมอร์ สหรัฐอเมริกา กล่าวต่อสมาคมเพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์แห่งอเมริกา (American Association for the Advancement of Science) ถึงกรณีดังกล่าว 

และแม้จะผ่านมานานเกือบ 60 ปี แอปพลิเคชั่นออกกำลังกายสุดไฮเทคแทบทุกเจ้า ก็ยังคงหยิบยกเอาแคมเปญการตลาดยุคฮิปปี้มาใช้เป็นแนวทางในการออกกำลังกายของคนยุคมิลเลนเนียลต่อไป 

การเดินหมื่นก้าวสำหรับคนที่สุขภาพแข็งแรงดีไม่ใช่เรื่องผิด ซ้ำยังดีเสียอีกที่สามารถออกกำลังกายได้ตามเป้าหมาย แต่สำหรับคนที่ร่างกายไม่พร้อม แล้วยังฝืนทำตามที่แอปพลิเคชั่นร้องขอ อาจส่งผลให้เกิดอันตรายหรือบาดเจ็บได้ 

10000steps

ดังนั้น หนึ่งในวิธีที่จะทำให้คนรักสุขภาพสามารถพิชิตเป้าหมายของการออกกำลังกายได้ตามความต้ังใจ โดยไม่ต้องพยายามเดินเป็นพันเป็นหมื่นก้าว ก็คือ เปลี่ยนมา ‘ซอย’ เป้าหมายให้เล็กลง แต่เข้มข้นขึ้น เพื่อให้ลงมือปฏิบัติจริงได้แบบไม่ฝืนใจ 

นั่นก็คือ การออกกำลังการด้วยการเดินเร็วตามวิธีแอ็กทีฟเท็น (Active Ten) ที่สำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) ของสหราชอาณาจักรแนะนำว่า วิธีนี้เวิร์กจริง 

แอ็กทีฟเท็นเป็นการเดินเร็วครั้งละ 10 นาที วันละ 3 ครั้ง ซึ่งก็เกิดคำถามว่า ต้องเดินเร็วแค่ไหน และใช้อะไรวัด 

คำตอบคือ วัดจากร่างกายของแต่ละคน โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องมือใดๆ นั่นคือ ต้องเดินเร็วถึงขั้นหายใจเหนื่อยหอบ เดินเร็วชนิดที่ไม่สามารถพูดหรือร้องเพลงไปด้วยได้ 

10000steps

กรณีนี้ได้มีการทดลองในรายการ ความจริงเรื่องการฟิตร่างกาย (The Truth about Getting Fit) ทางสถานีโทรทัศน์ BBC One โดยศาสตราจารย์ ร็อบ โคปแลนด์ (Rob Copeland) จากมหาวิทยาลัยเชฟฟีลด์ฮัลแลมแห่งสหราชอาณาจักร  

ทดสอบโดยแบ่งอาสาสมัคร (ผู้มีความกังวลด้านสุขภาพ แต่ไม่ชอบออกกำลังกาย) ออกเป็น 2 กลุ่ม กำหนดให้อาสาสมัครกลุ่มแรกเดินอย่างน้อยวันละ 10,000 ก้าว คิดเป็นระยะทาง 8 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินกว่า 1 ชั่วโมง 

อาสาสมัครกลุ่มที่สองให้เดินเร็วแบบแอ็กทีฟเท็น (เดินเร็วครั้งละ 10 นาที วันละ 3 ครั้ง) คิดเป็นระยะทางเพียง 2.4 กิโลเมตร  

ผลปรากฏว่า มีอาสาสมัครกลุ่มแรกเพียง 2 ใน 3 เท่านั้นที่สามารถครบเดินหมื่นก้าวทุกวัน ในขณะที่อาสาสมัครทุกคนในกลุ่มที่สองสามารถเดินเร็ว 10 นาที วันละ 3 รอบ ได้แบบไม่อิดออด

ที่สำคัญคือ แม้จะเดินได้ระยะทางน้อยกว่า แต่การเดินเร็วจนหอบเป็นการออกกำลังกายในระดับปานกลางถึงหนักหน่วง ซึ่งส่งผลดีต่อปอดและหัวใจมากกว่าการเดินไปเรื่อยๆ เป็นระยะเวลานานถึง 30% 

10000steps

“หัวใจของการออกกำลังกาย คือ ต้องให้อวัยวะสำคัญได้ทำงานมากขึ้น แม้จะเดินถึงหมื่นก้าว แต่ถ้าไม่ออกแรงให้มากพอก็ไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพ เทียบกับการออกกำลังกายในระดับปานกลางถึงหนักหน่วงเป็นช่วงสั้นๆ หลายครั้งต่อวัน ที่ช่วยให้หัวใจเต้นแรง จึงลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยเป็นโรคเรื้อรังอย่างเบาหวาน หลอดเลือดหัวใจ และมะเร็งบางชนิด ทั้งยังช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดี” ศาสตราจารย์โคปแลนด์แนะนำแนวทางออกกำลังกายให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด 

คราวนี้คุณได้คำตอบหรือยังว่าจะเดินทนหรือเดินถี่ เพื่อสุขภาพที่ดีภายใต้ขีดจำกัดของตัวเอง 

 

อ้างอิง 

  • BBCNewsbeat. Is 10,000 steps a day a pointless goal? https://bbc.in/3iVN9gE 
  • Gabby Landsverk. Forget 10,000 steps – here’s how much you should actually walk per day, according to science. https://bit.ly/3ycXw6s 
  • Ng Huiwen. Doing 3 short brisk walks a day more beneficial than clocking 10,000 steps: BBC report. https://bit.ly/3iiItTj