หากใครติดตามธุรกิจสตาร์ทอัพช่วง 4-5 ปีมานี้

ชื่อของ Boxed.com ซูเปอร์สโตร์ออนไลน์ชื่อดังในอเมริกา น่าจะพอผ่านตากันมาบ้าง

Boxed ถือเป็นสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก

ก่อตั้งโดย เช หวาง’ (Chieh Huang) หนุ่มอเมริกันเชื้อสายไต้หวัน วัย 36 ปี  

(Photo : Boxed)

Boxed พลิกโฉมพฤติกรรม ‘ซื้อของเข้าบ้าน’ ของชาวอเมริกันไปอย่างมหาศาล ดิสรัปโฮลเซลล์ของอเมริกาโดยทลายทุกข้อจำกัดที่เป็นปัญหากวนใจชาวอเมริกันยุคดิจิทัล

คุณสามารถเลือกซื้อของกว่า 1,500 รายการได้แค่ปลายนิ้วคลิก

ไม่ต้องเป็นสมาชิก ไม่ต้องเสียเวลาออกไปซื้อ

ยิ่งถ้าใครอยู่นอกเมือง ก็ไม่ต้องลำบากขับรถเข้ามาซูเปอร์สโตร์อีกต่อไป  

ซื้อมากก็มีโปรโมชั่น และยังได้ของแถมเป็นสินค้าทดลองใช้

สุดท้าย ของทุกอย่างที่สั่ง จะถูกจัดใส่กล่อง ส่งถึงประตูบ้านแบบเร็วทันใจแม้อยู่ต่างเมือง

ของทุกอย่างที่อยู่ในซูเปอร์สโตร์ หาได้ใน Boxed.com

จากปี 2013 ที่ Boxed ถือกำเนิดขึ้นในโรงรถ ด้วยคนเพียง 4 คน

ปัจจุบันเติบโตจนมีพนักงานกว่า 400 คน กระจายตัวอยู่ในคลังสินค้ากว่า 6 ศูนย์ทั่วอเมริกา

จากที่มีรายได้ 40,000 เหรียญ ในปี 2013   

3 ปีต่อมา รายได้เพิ่มเป็นกว่า 100 ล้านเหรียญในปี 2016 อีกทั้งยังสามารถเพิ่มเงินลงทุนจากนักลงทุนได้กว่า 160 ล้านเหรียญในปีเดียวกัน

แต่สิ่งที่น่าสนใจ ไม่แพ้ความสำเร็จทางธุรกิจ

คือตลอด 6 ปีที่ผ่านมา Boxed มีพนักงานลาออกจากบริษัทเพียง 2 คน!

และยังถูกจัดอันดับให้เป็นบริษัทที่น่าทำงานด้วยมากที่สุดในปี 2016

ซีอีโอหนุ่มคนนี้ ‘คิด’ และ ‘ทำ’ อะไร จึงมัดใจพนักงานได้อยู่หมัด!

(Photo : fordham.edu)

“ผมว่ามันไม่สำคัญหรอก ว่าองค์กรเราจะยิ่งใหญ่แค่ไหน เพราะถ้าวันไหนที่ทุกคนในองค์กรเดินจากเราไป เราจะมีค่าเป็นศูนย์ทันทีในวันถัดมา”

‘คน’ คือปัจจัยสำคัญที่สุดขององค์กร ถ้าเรามีพนักงานดี ก็ต้องทำให้เค้าอยู่กับเราไปนานๆ

นี่คือความคิดพื้นฐานของผู้นำอย่างเช หวาง

แล้วเขาทำอะไรบ้าง เพื่อซื้อใจพนักงานชั้นดีของเขา

นโยบายที่ดีบนความเชื่อใจ

ปี 2015 เช หวางเริ่มนโยบาย ส่งเสียบุตรของพนักงาน ให้เรียนจนจบปริญญาตรี โดยไม่ลิมิตค่าใช้จ่าย

“ผมเติบโตมาจากครอบครัวชนชั้นแรงงาน แต่สิ่งที่ทำให้ผมมาถึงทุกวันนี้ได้คือการศึกษาที่ดี การให้เงินหรือรถยนต์มันไม่ยั่งยืน แต่ถ้าให้การศึกษาที่ดี มันคือการติดอาวุธให้พวกเค้า ให้มีโอกาสก้าวมาอยู่ในจุดที่ผมเดินมาถึงได้”

ลูกชายของ Joe Bobko พนักงานคนหนึ่งของ Boxed ที่จบการศึกษาด้วยทุนของบริษัท (Photo : cnbc.com)

ปี 2016 เช หวางประกาศว่าบริษัทฯ ยินดี ช่วยค่าจัดงานแต่งงานสูงสุด 20,000 เหรียญ ให้พนักงาน

โดยจำนวนเงินขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่แต่ละคนทำงานให้บริษัท

นโยบายนี้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ เมื่อพนักงานคนหนึ่งของ Boxed กำลังจะแต่งงาน แต่ต้องนำเงินทั้งหมดไปจ่ายค่ารักษาแม่ที่ป่วยเสียก่อน

เช หวางจึงเข้ามาดูแลค่าใช้จ่ายในการแต่งงาน

“งานแต่งงานคืออีเวนต์ที่เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตคนนะครับ ผมถือว่ามันสำคัญ”

งานแต่งงานของ Weslee Berke พนักงานของ Boxed (Photo : cnbc.com)

พนักงานคนไหน ต้องลาคลอด Boxed ให้คุณ ลาคลอดได้อย่างไม่มีกำหนด
พร้อมเมื่อไหร่ค่อยกลับมาทำงาน

“ไม่มีใครอยากจะหยุดงานนานๆ หรอกครับ ผมเชื่อใจพวกเขา และผมว่ามันดีกว่าถ้าให้เขากลับมาทำงานเมื่อพร้อมจริงๆ”

นักลงทุนบางคนเคยติติงเขาว่า ใช้เงินฟุ่มเฟือยเกินไปในการจ่ายสวัสดิการให้พนักงาน
แต่เขาไม่คิดเช่นนั้น

“ผมว่าเราเป็นบริษัทที่มัธยัสถ์มากนะ”

ประหยัดเพื่อเติบโต

เช หวางเติบโตมาในครอบครัวชั้นแรงงาน เขาถูกเลี้ยงดูมาด้วยเงินค่าแรงขั้นต่ำของแม่ จากการทำงานในร้านอาหารจีน เพราะฉะนั้นไลฟ์สไตล์ที่เกิดขึ้นที่ Boxed จึงสะท้อนวิธีการใช้เงินแบบที่เขาถูกเลี้ยงดูมา

“ผมพอใจที่จะเดินทางไปคุยธุรกิจด้วยเครื่องบินชั้นประหยัด ไม่ว่าจะต้องบินไกลถึงครึ่งโลก ผมก็ไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องนั่งชั้นธุรกิจ

“นี่อาจจะเป็นเหตุผล ว่าทำไมผมถึงไม่ได้ดูดีเท่าที่ควร (หัวเราะ) แต่มันจะเป็นตัวอย่างให้พนักงานทุกคนเห็น ว่าเราต้องประหยัด”

เช หวางบอกว่านี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เขาแค่ดำเนินนโยบายเดียวกับตอนที่ Boxed ยังเป็นธุรกิจเล็กๆในโรงรถ

Boxed.com ช่วงก่อตั้ง ซึ่งเช หวางใช้โรงรถของที่บ้านเป็นคลังสินค้า (Photo : cnbc.com)

“การที่บริษัทเติบโตมาไกลขนาดนี้ ไม่ได้หมายความว่าผมต้องเห่อเหิม ทำตัวหรูหรา นั่นไม่ใช่สิ่งที่แสดงความยิ่งใหญ่ของบริษัทเลย”

เช หวาง ชงกาแฟกินที่เดียวกับพนักงาน

ใช้ห้องน้ำเดียวกัน

และงานส่วนใหญ่ของเขา จะอยู่ที่คลังเก็บสินค้ามากกว่านั่งในออฟฟิศ เพราะพนักงานกว่า 80% ของเขาอยู่ที่นั่น เพื่อให้พวกเขารู้สึกว่าตัวเองคือส่วนสำคัญของบริษัท

ลงทุนและสร้างคุณค่าทางจิตใจให้พนักงาน

เช หวาง ไม่เคยลงทุนกับตัวเอง แต่เขาให้เต็มที่กับพนักงาน ที่เขาเลือกมาแล้วว่านี่คือ ‘พนักงานชั้นดี’

แต่การจ่ายเงินให้พนักงานมากมายขนาดนั้น รีเทิร์นที่ได้คุ้มค่าขนาดไหน?

เช หวางบอกว่า ถ้าถามประโยชน์ในเชิงตัวเลข เขาก็ตอบไม่ได้ แต่สิ่งที่เขามั่นใจคือเขาได้สร้างคุณค่าทางจิตใจให้พนักงาน และการลงทุนกับพนักงานนี่แหละ จะช่วยให้ Boxed.com ประสบความสำเร็จในระยะยาว

เช หวาง และพนักงานของ Boxed (Photo : CNBC)

“ผมก็ไม่สามารถบอกได้ว่าทั้งหมดนี้ มันกลับมาเป็นผลประโยชน์เชิงตัวเงินยังไง แต่แน่นอน ผมเชื่อว่ามันจะเป็นคุณค่าทางจิตใจให้แก่พนักงานทุกคน เงินเดือนที่มากหรือวันลาหยุดตามโอกาสไม่เพียงพอหรอกครับ คุณต้องเป็นส่วนหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญในชีวิตเขา เขาจึงอยากอยู่กับคุณ”

ปี 2017 เช หวางตัดสินใจนำหุ่นยนต์เข้ามาช่วยจัดการคลังสินค้า โดยลดกำลังคนได้ถึง 3 ใน 4

ท่ามกลางความวิตกของพนักงาน ว่าตัวเองจะต้องตกงานแน่ๆ

แต่เช หวาง ไม่ปลดพนักงานออกแม้แต่คนเดียว

เขาเลือกที่จะลงทุนกับการเทรนนิ่งพนักงาน ให้เข้าใจเทคโนโลยี และปรับตัวทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ได้

ผลลัพธ์ที่ได้คือ Boxed สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้เป็น 6 เท่า โดยแทบไม่มีข้อผิดพลาด

คนและหุ่นยนต์ทำงานร่วมกันที่ Boxed (Photo : CNET.com)

“เราทุกคนต้องปรับตัว ผมเลือกจะทำให้พนักงานรู้ว่า พวกคุณต้องปรับตัว ถ้าคุณบอกว่าไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับซอฟท์แวร์หรือทัชสกรีน แค่อยากแพ็คของ ถ้าคิดแบบนั้นงานของคุณจะถูกแทนที่แน่นอน เพราะโลกมันเปลี่ยนแล้ว คุณต้องคุมเทคโนโลยี ไม่ใช่ปล่อยให้เทคโนโลยีควบคุมคุณ”

สิ่งที่เช หวางทำมาตลอดคือ ระหว่างที่เขาผลักดันให้บริษัทเติบโต ขณะเดียวกันเขาพาพนักงานทุกคนให้โตไปพร้อมกับเขาด้วย

เขาซื้อใจพนักงาน ด้วยใจของตัวเอง

“คนเหล่านี้ทำให้ธุรกิจผมเติบโต ผมรู้สึกขอบคุณทุกความตั้งใจของพนักงาน ถ้าทุกคนพร้อมจะเดินไปกับผม ผมจะไม่ให้เขาตกงานเพราะหุ่นยนต์”

อย่างนี้จะไม่ให้ใครๆ อยากทำงานกับ Boxed ได้อย่างไรล่ะ

แต่เช หวาง เขามีเกณฑ์คัดเลือกคนเข้ามาในองค์กรอย่างไร คนแบบไหนที่เขาเรียกว่า “พนักงานชั้นดี” ติดตามได้เร็วๆนี้ ใน “3 คำถาม คัดคนที่ใช่ จากซีอีโอ Boxed.com บริษัทที่ถูกจัดอันดับว่าน่าทำงานด้วยมากที่สุด”  

 

อ้างอิง :