life

LOVE SESSION #2

‘ความสัมพันธ์’

‘friend’

a person who you know well and who you like a lot,
but who is usually not a member of your family
-Cambridge Dictionary-

 

‘เพื่อน’

ผู้ที่มีสถานะเกี่ยวข้องกันแบบใดแบบหนึ่ง ตั้งแต่รักใคร่สนิทสนมกันมากถึงกับร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน
จนถึงเกิดมาร่วมโลก โดยไม่รู้จักกันเลยก็ได้
-พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน-

 

ไม่ว่าจะภาษาใด คำว่า ‘เพื่อน’ สำหรับมนุษย์คงหมายถึงใครสักคน ที่เราอยากจะแชร์เรื่องราวทั้งร้ายและดีให้ฟังเป็นคนแรก และหัวเราะไปกับเรื่องตลกเดียวกัน หากเปรียบคนเราเป็นดวงดาว สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าเพื่อน คงเป็นดาวอีกดวงที่อยู่ในวงโคจรของกันและกัน มีระยะห่างที่เหมาะสม เรามีพื้นที่ให้ได้หมุนรอบตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันก็มีแรงดึงดูดที่ทำให้ดาวแต่ละดวงยังหมุนรอบๆ กันและกัน 

อาจเพราะเป็นความสนิทสนมที่เรียบง่าย ความเป็น ‘เพื่อน’ จึงสามารถพาตัวเองเข้าไปเป็นส่วนผสมของทุกๆ ความสัมพันธ์ได้อย่างกลมกลืน พ่อแม่ที่เป็นเพื่อนกับลูกได้จะทำให้ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างช่วงวัยได้มากโข เจ้านายกับลูกน้องที่มีความเป็นเพื่อน จะยิ่งทำให้เข้าใจกันและกันมากขึ้น 

ในขณะที่เราต่างก็มีบทบาทหลักในทุกความสัมพันธ์ เช่น เป็นพ่อแม่ที่รับผิดชอบ เป็นผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์และขยันขันแข็ง แต่ดูเหมือนว่าในความเป็นเพื่อนนั้น เราสามารถลืมบทบาทเหล่านั้นได้ชั่วขณะ และพาตัวตนของแต่ละคนเข้ามาทำความรู้จักกันได้อย่างอิสระ 

มิตรภาพช่วยให้ทุกความสัมพันธ์แน่นแฟ้นและยั่งยืน เหมือนดอกไม้ที่แม้จะเติบโตด้วยสายน้ำและแสงแดด แต่หากได้ปุ๋ยดีๆ บำรุงดินเป็นประจำ ก็ยิ่งจะทำให้ผลิบานได้อย่างงดงาม 

John Helliwell ศาสตราจารย์จาก Vancouver School of Economics และบรรณาธิการของรายงานความสุขโลก (World Happiness Report) ทำการค้นคว้าเรื่องความสัมพันธ์ทางสังคมของมนุษย์ พบว่า การมีเพื่อน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนจากมหาวิทยาลัย ที่ทำงาน หรือในโซเชียลมีเดีย ก็ล้วนเกิดประโยชน์กับชีวิตมนุษย์ แต่เพื่อนที่จะสร้างความสุขยั่งยืนให้กับชีวิตเรา คือ ‘เพื่อนแท้’

เพื่อนแท้อาจมาในรูปแบบของความสัมพันธ์ที่มีความรักเป็นใจความสำคัญ สำหรับหลายๆ คู่ การแต่งงานนั้นนำมาซึ่งมิตรภาพอันแสนวิเศษ

 

ความรู้สึกแสนสั้น แต่มิตรภาพยืนยาว

ทุกคนมี Hierarchy of Attachment หรือ ‘ลิสต์คนรู้ใจ’ เป็นของตัวเอง กล่าวง่ายๆ คือ หากมีเรื่องน่ายินดีเกิดขึ้น พวกเขาเหล่านี้จะเป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่เราจะโทรไปเล่าให้ฟัง 

เมื่อครั้งยังเด็ก ลิสต์รายชื่อของเรามักจะเป็นคนในครอบครัว แต่เมื่อเติบโตขึ้น คนเรามักจะไว้ใจคนแปลกหน้าที่เรียกว่า ‘เพื่อน’ หรือ ‘คนรู้ใจ’ มากกว่า 

ธรรมชาติใช้ ‘ความรัก’ ดึงดูดให้คนสองคนมาใช้ชีวิตร่วมกันอย่างน่าฉงน ไม่ว่าโลกจะหมุนไปอีกสักกี่รอบ ความรักก็ยังเป็นเรื่องซับซ้อนในจักรวาลแห่งนี้ เราไม่อาจอธิบายธรรมชาติของความรักอันเป็นต้นเหตุของความสัมพันธ์ได้อย่างเต็มปาก แต่เรามองเห็นธรรมชาติของความสัมพันธ์ได้อย่างชัดเจน 

‘ความรู้สึกมีวันหมดอายุ’ หากความรู้สึกที่ว่านี้ หมายถึง ความตื่นเต้น กระวนกระวายใจ ไม่เป็นตัวของตัวเองเมื่อตกหลุมรักใครสักคน เราอาจใส่ใจกันน้อยลง คำพูดที่เคยหวานก็ดูจะจืดชืดไปเสียหมด ไร้แล้วซึ่งความชื่นมื่น ต่างกับตอนแรกพบ หลายๆ คู่พบว่ารู้สึกคลั่งไคล้อีกฝ่ายน้อยลง และเห็นตัวตนของกันและกันมากขึ้น จนทำให้อาลัยอาวรณ์ ถวิลหาความรู้สึกเหล่านั้น และอาจเกิดกลัวขึ้นมาว่า ความสัมพันธ์ครั้งนี้อาจสิ้นสุดลงไปได้ง่ายๆ  

เวลาที่ผ่านพ้นไป แม้ทำให้ความรู้สึกจืดจาง แต่กลับทำให้เกิดความผูกพันที่ทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เมื่อเราพร้อมที่จะยอมรับตัวตนของกันและกัน เหมือนที่เพื่อนยอมรับเพื่อนในครั้งแรกที่ผูกมิตร ก็จะทำให้คนข้างๆ ก้าวผ่านความรู้สึกประทับใจมาอยู่ในพื้นที่อันเป็นแหล่งของความสบายใจต่อกันและกัน 

Amir Levine นักจิตวิทยาและนักประสาทวิทยา จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (Columbia University) ให้ความเห็นว่า ‘มิตรภาพ’ ในคู่รักนั้น ทำให้เราไว้ใจและรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ด้วยกัน

 

ทำไม ‘มิตรภาพ’ จึงสำคัญ

 

“You’re still my best friend” 

(เธอยังคงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน)

มิเชล โอบามา เขียนถึง บารัค โอบามา ในแคปชั่นรูปบนอินสตาแกรม เนื่องในวันครบรอบแต่งงานปีที่ 25 พวกเขาเป็นคู่แต่งงานอีกหนึ่งคู่ที่มองเห็นคนรักในฐานะเพื่อนที่ดีที่สุด

นักวิจัยที่สำรวจเหล่าคู่รักที่มองเห็นตรงกันว่า การแต่งงานเป็นเรื่องดีๆ ในชีวิต จาก British Household Panel Survey หลายคู่ที่มองคนรักในฐานะ ‘เพื่อนแท้’ มีแนวโน้มว่าจะพึงพอใจกับชีวิตโดยรวมมากขึ้นเป็นสองเท่า

พวกเขาต่างคิดว่าการแต่งงานและใช้ชีวิตคู่นั้นทำให้มี ‘เพื่อนสนิท’ เพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่ง และงานวิจัยยังชี้ว่า คู่รักที่เห็นว่าต่างฝ่ายต่างเป็นเพื่อนที่รู้ใจนั้น จะได้รับประโยชน์จากการแต่งงานเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าอีกเช่นกัน

การเป็นเพื่อนทำให้เราได้ใช้เวลาร่วมกัน ไว้ใจที่จะเล่าความลับให้กันฟัง ใช้เวลาว่างไปกับงานอดิเรกที่ชอบเหมือนๆ กัน คุยเรื่องเพลง ภาพยนตร์ หรือหนังสือที่สนใจกันอย่างออกรส มีเรื่องอื่นๆ ในชีวิตให้แชร์กันมากมาย และสิ่งนี้ทำให้อารมณ์ของทั้งสองเชื่อมโยงถึงกัน สิ่งนี้มีความสำคัญมากกว่าความสัมพันธ์ที่ปรารถนาเพียงความใกล้ชิดทางกาย

“การแต่งงานที่มีความสุขขึ้นอยู่กับมิตรภาพที่ลึกซึ้ง” John Gottman ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ จากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน (University of Washington) กล่าว 

งานวิจัยชิ้นหนึ่งของเขาได้แสดงให้เห็นว่า มิตรภาพนั้นเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ชีวิตการแต่งงานมั่นคงและยั่งยืน อีกทั้งยังทำให้เกิดความแน่นแฟ้นอันเป็นบ่อเกิดของของความโรแมนติกและความดึงดูดทางกาย นอกจากนี้ หลายคู่ที่มีมิตรภาพเป็นส่วนผสมในความสัมพันธ์ มักจะพึงพอใจในชีวิตการแต่งงานของตัวเองอีกด้วย

‘มิตรภาพ’ เป็นเพียงส่วนผสม แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของความสัมพันธ์ 

เรามักจะยอมรับเพื่อนของเราได้อย่างไม่มีเงื่อนไข และยังมีระยะห่างที่เหมาะสม แต่การใช้ชีวิตคู่ หรือการเป็นคู่แต่งงานนั้น มีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบร่วมกันมากมาย เช่น กฎเกณฑ์เล็กๆ น้อยๆ ในการอยู่ร่วมกัน หรือการเป็นพ่อแม่ที่ดีให้กับลูกๆ 

มิตรภาพในปริมาณที่พอเหมาะ จึงยังต้องการความมั่นใจของแต่ละฝ่ายที่ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดี สองอย่างนี้คงจะขาดจากกันไม่ได้ เมนูที่ชื่อว่าความสัมพันธ์นั้นยังต้องการเครื่องปรุงอีกหลากหลายชนิด เพื่อให้จานนี้ออกมากลมกล่อม 

และแน่นอนว่า ‘เพื่อนแท้’ อาจไม่ได้มีแค่คนเดียว นอกจากเพื่อนที่ดีที่สุดที่มาในฐานะคนรู้ใจแล้ว คนเรายังมีเพื่อนแท้ที่โคจรรอบกันด้วยแรงดึงดูดของมิตรภาพอันบริสุทธิ์ ที่มาเติมให้จิตวิญญาณของการเป็นมนุษย์ให้เต็มเปี่ยม

คล้ายๆ กับอาหารสักจานที่รสชาติยังตราตรึงอยู่ในใจ แม้จะไม่ได้ลิ้มรสมานาน

ในทุกความสัมพันธ์แม้ความรู้สึกจะค่อยๆ ร่วงโรย แต่มิตรภาพจะยังคงสวยงามเสมอ 

 

อ่านบทความซีรี่ส์ LOVE SESSION ตอนอื่นๆ ได้ที่

 

อ้างอิง